สั่งจบก็นิ่งไปเล็กน้อย เอ่ยต่อว่า “จำไว้ว่าจัดการเรียบร้อยแล้วต้องนำถุงหอมกลับมาส่งคืนท่านหญิงสวินหยาง!”
แม้เขาจะไม่รู้ว่าถุงหอมมาจากที่ใด แต่เมื่อตกมาอยู่ในมือฉู่สวินหยาง ทั้งยังเห็นชัดว่าเป็นสมบัติของสตรี จึงไม่กล้าหละหลวม
เป็นครั้งแรกที่อิ้งจื่อเห็นเขาแสดงนิสัยเย็นชาเคร่งเครียดต่อหน้าฉู่สวินหยาง หัวใจพลันบีบรัดอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบหลุบตารับคำสั่ง “เจ้าค่ะ บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
ฉู่สวินหยางส่งสายตาให้ลู่หยวน บอกเป็นนัยว่าให้เขาไปช่วย ลู่หยวนพยักหน้า แล้วพาตัวคนจากไปพร้อมกับอิ้งจื่อ
ชิงหลัวทางนี้จดจ้องฉู่เยว่หนิงที่ยังสลบไม่ได้สติด้วยความเป็นห่วงเอ่ยว่า “ท่านหญิง จะทำอย่างไรกับท่านหญิงสี่ดีเจ้าคะ?”
ฉู่เยว่หนิงหมดสติอยู่ที่นี่อย่างไร้ต้นสายปลายเหตุ แม้ว่าพวกนางจะมาพบทันเวลา ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไร แต่ถ้ามีคนมาเห็นเข้าอย่างไรก็ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมให้แอบอ้าง
ระหว่างที่หารือกัน ก็ได้ยินเสียงจ้อกแจ้กของผู้คนจากอีกฝั่งของสวนดอกไม้ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ชิงหลัวเริ่มร้อนรน ซอยเท้ากับพื้น กล่าวว่า “หรือจะให้บ่าวหาข้ออ้างสักอย่างพาท่านหญิงสี่กลับจวนไปก่อนเจ้าคะ?”
“ไม่ได้!” ฉู่สวินหยางยกมือห้ามนางโดยไม่หยุดคิด “วันนี้ในจวนมีแต่คนเต็มไปหมด เจ้าพานางออกไปเช่นนี้ไม่มีทางลอดพ้นสายตาผู้คนได้หรอก”
สมองของฉู่สวินหยางหมุนติ้ว ครุ่นคิดสักครู่แล้วหันไปมองเหยียนหลิงจวินด้วยความหวัง