เหยียนหลิงจวินยืนตากไอเย็น ตรึกตรองอยู่เนิ่นนาน
หิมะเบาหวิวยังคงร่วงโรยลงมาไม่หยุด เพียงไม่นานก็ฝังกลบรอยเท้าที่ทิ้งไว้เป็นทางยาวรอบตัวเขาจนมิด ร่างที่ยืนสงบนิ่งใต้หิมะกลางป่าเหมยแดงคล้ายจะกลายเป็นหินจารึก ที่ตั้งตระหง่านอย่างเย่อหยิ่งและโดดเดี่ยว ค่อยๆ หลอมรวมเป็นของประดับชิ้นหนึ่งในฉากหิมะสีขาว
เวลานั้น ที่ด้านหลังภูเขาจำลองอีกลูกที่ห่างออกไป รอยยิ้มเย็นเยือกแปลกประหลาดปรากฏอยู่บนใบหน้าของสตรีผู้หนึ่ง
“เห็นแล้วใช่หรือไม่ พี่สามของเจ้าหาใช่คนธรรมดา กลางวันแสกๆ ยังประพฤติตัวชั่วช้าเช่นนี้ได้” ซูหว่านแสยะยิ้ม น้ำเสียงทั้งดุดันและอำมหิต
ฉู่เยว่เหยียนฟังอยู่ข้างๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของเหยียนหลิงจวินซึ่งยืนไม่ไหวติงอยู่กลางหิมะไกลออกไป มือออกแรงบีบเตาพกเคลือบทองใบเล็กจนสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่กระดูกข้อต่ออยู่รางๆ
ฉู่สวินหยาง! ฉู่สวินหยางอีกแล้ว!
นางถือสิทธิ์อะไร
เหยียนหลิงจวินหล่อเหลาโดดเด่นถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงไปคลุกคลีอยู่กับนางนั่นได้
นางอายุยังน้อย แต่ก่อนยังไม่เข้าใจว่าความรู้สึกระหว่างหนุ่มสาวคืออะไร แต่ตอนนี้ได้เห็นท่าทางที่ทั้งสองเดินเคียงคู่กัน แม้จะจากที่ไกลๆ ก็ยังรู้สึกทิ่ม