่หลิงอวิ้น จึงรั้งตัวอยู่เพื่อตระเตรียมเครื่องแต่งเต็มยศให้นางใช้รับราชโองการในวันรุ่งขึ้น
ส่วนจื่อเหวย ทันทีที่ออกมาจากเรือนก็ถูกหลี่หลินซึ่งรออยู่ตรงนั้นก่อนแล้วดักทางเอาไว้ แล้วพาไปพบฉู่ฉีเหยียนที่ห้องหนังสือ
ขณะนี้ ฉู่ฉีเหยียนกำลังพลิกอ่านจดหมายบางส่วนอยู่หลังโต๊ะ คล้ายว่าจะเป็นเรื่องสลักสำคัญ หว่างคิ้วจึงขมวดเล็กน้อยและเจือความตึงเครียดอยู่ตลอด เค้าโครงครึ่งหน้าถูกเงาของโคมไฟทาบทับ ชวนให้คนรู้สึกกดดันด้วยแรงมหาศาล แม้ดวงหน้านั้นจะรูปงามโดดเด่น แต่หลังจากที่เหลือบตามองอย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งตอนที่ผ่านประตูเข้าไป จื่อเหวยก็รีบกดสายตาต่ำ คุกเข่าลงบนพื้นด้วยความนอบน้อม
ฉู่ฉีเหยียนใช้เวลาจัดการจดหมายเหล่านั้นอยู่สักพัก จื่อเหวยคุกเข่าจนขาแทบจะชาไปทั้งแถบ เขาถึงได้วางของในมือลง เอนกายพิงพนักเก้าอี้เอ่ยว่า “เล่าเรื่องทั้งหมดที่ท่านหญิงทำหลังจากที่กลับมาจากเมืองฉู่ให้ข้าฟัง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ เล่ามาให้ข้าฟังทั้งหมด”
ฉู่หลิงอวิ้นกับฉู่ฉีเหยียนเป็นพี่น้องที่เกิดจากชายาเอก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีมาก แต่ก็มีเรื่องบางเรื่องที่ไม่อาจแบ่งปัน
—————————————————————–