งไปไกล แรงของปลายนิ้วไม่เสมอกัน เล็บคมที่ถูกตัดแต่งมาจึงควักเนื้อชาดจนกลายเป็นรู กล่องชาดทั้งกล่องพลิกคว่ำ สาดใส่กระโปรงสีท้องฟ้าของนางจนกลายเป็นสีแดงเข้ม ชวนให้รู้สึกแปลกพิกลเมื่ออยู่ภายใต้แสงเทียน
“ท่านหญิงระวังนะเจ้าคะ” จื่อเหวยครางเสียงต่ำ รีบเข้าไปประคองนาง ทางหนึ่งก็จัดการกระโปรงนางให้เรียบร้อย เอ่ยว่า “กระโปรงเปื้อนเสียแล้ว บ่าวจะช่วยท่านเปลี่ยนชุดใหม่นะเจ้าคะ”
“อย่างนี้ก็ดีแล้ว เจ้าไม่รู้สึกว่าสีนี้ดูเป็นมงคลหรอกรึ” ฉู่หลิงอวิ้นพลันเผยยิ้มให้ และดึงมือของนางออก
นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปด้านในห้อง พลางทิ้งคำพูดเอาไว้เบื้องหลังว่า “ไม่ใช่ว่าจะมีงานมงคลหรือไร พวกเจ้าไปเตรียมตัวเถอะ พรุ่งนี้ตอนรับราชโองการจะได้ไม่เกิดเรื่องผิดพลาด เดี๋ยวจะกลายเป็นขี้ปากคนอื่นอีก”
ไม่มีใครได้เห็นสายตาสว่างวาบ ทิ่มแทงดั่งมีดคมคู่นั้น…
‘ฉู่สวินหยาง คอยดูเถอะ! คิดจะเล่นงานข้า? ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถพอหรือไม่!’
สาวใช้สองคนมองหน้ากัน ต่างก็รู้สึกหนาววูบอย่างไม่ได้นัดหมาย เพียงแต่ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ทั้งคู่ต่างผละสายตาหนี ด้วยไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
จื่อซวี่เป็นคนดูแลอาภรณ์และเครื่องประดับภายในเรือนของฉู