ศักดิ์ศรีเพื่อร้องขอต่อฝ่าบาท หลังจากที่ฝ่าบาทปรึกษากับฮองเฮาแล้ว ขอโปรดเร่งตอบกลับกระหม่อมจะได้หรือไม่”
ฮ่องเต้ไปพูดกับหลัวฮองเฮาด้วยตัวเอง? หลัวฮองเฮาจะกล้ามีคำว่า ‘ไม่’ หรือ
เดิมคิดว่าจะพอถ่วงเวลาไว้ได้ แต่กลับถูกวาจาสองสามประโยคของทั่วป๋าไหวอันทำแผนพังจนหมด!
เวลานี้ แม้จะเป็นฉู่ฉีเหยียนก็ไม่อาจหาเหตุผลมาบ่ายเบี่ยงได้อีก นัยน์ตาของเขาโชนแสง เบื้องลึกมีพายุโหมซัด เป็นความเงียบงันที่น่าขนลุก
ทั่วป๋าไหวอันย่อมรับรู้ได้…
การที่เขาเดินทางออกมาเจริญสัมพันธไมตรีในครั้งนี้ เดิมทีไม่หวังจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับใคร แต่เพราะฉู่สวินหยางบีบบังคับ จึงต้องสร้างความเกลียดชังระหว่างตนกับฉู่ฉีเหยียนอย่างไม่มีทางเลือก
สายตาของฉู่ฉีเหยียนทำให้เขาปวดศีรษะตุบๆ แต่ใบหน้าก็ยังประดับรอยยิ้มเอาไว้ เหมือนมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
ฮ่องเต้ชั่งใจอยู่นาน ตอนนี้ก็หาได้คิดวิธีอื่นใดออกอีก จึงได้แต่พยักหน้าเอ่ยตอบว่า “ย่อมได้ รอข้า…”
วาจายังไม่ทันจบ ก็มีขุนนางจากอีกด้านก้าวพรวดๆ ออกมาจากแถว คุกเข่าหลังตรงแน่วลงเบื้องหน้าพระพักตร์ เอ่ยเสียงเข้มเปี่ยมด้วยหลักการว่า “ฝ่าบาท เกรงว่างานมงคลระหว่างจวนอ๋องหนานเหอกับโม่เป่ยจะไม่อาจเกิดขึ้