ฉู่สวินหยางชั่งใจอย่างรวดเร็ว ประเมินเรื่องทั้งหมดอย่างรอบคอบอีกครั้ง จึงค่อยพยักหน้าแล้วเอ่ยกับเหยียนหลิงจวินอย่างจริงจังว่า “ข้าจะบอกให้ท่านพ่อระวังเรื่องนี้เอาไว้บ้าง”
เหยียนหลิงจวินยิ้ม
ครั้นฉู่สวินหยางเห็นรอยยิ้มสุขุมของเขา นางก็เกิดความรู้สึกลังเลขึ้นเล็กน้อย จึงเอ่ยปากอีกครั้ง “ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณเจ้า ที่วันนี้อุตส่าห์ตั้งใจมาบอกข้า”
เหยียนหลิงจวินมองนาง เพียงเสี้ยววินาทีสายตาของเขาก็พลันเข้มขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “เจ้าเชื่อคำพูดของข้าด้วยรึ”
ฉู่สวินหยางชะงักไป ตอนที่รู้สึกตัวก็ยังไม่รู้จะสรรหาคำใดมาตอบ
วาจาเหล่านั้นของเหยียนหลิงจวินล้วนเกี่ยวพันถึงเรื่องใหญ่หลวง ทั้งเขายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่ว่านาง…
กลับไม่ระแวงเขาแม้แต่น้อย ตั้งแต่ต้นที่เริ่มสนทนากันจนเวลานี้
ตั้งแต่เมื่อไรกัน ที่ความหวาดระแวงในใจนางที่มีต่อเขาเริ่มหายไป
จนถึงตอนนี้ แม้แต่เบื้องหลังของเขา นางก็ยังไม่รู้แน่ชัดเลยด้วยซ้ำ!
ฉู่สวินหยางยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น สายตามีแต่ความสับสน แม้เวลาจะผ่านไปในทีเดียวก็ยังตกอยู่ในภวังค์ความคิด
เหยียนหลิงจวินเห็นความหงุดหงิดในดวงตานาง คล้ายว่าความชุ่มฉ่ำของสายฝนเอ่อท่ว