ม ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกาย น่าหลงใหลสะกดใจคน
อาจเพราะความรู้สึกเป็นตัวผลักดัน ไม่ก็ความคิดที่ซุกซ่อนไว้เนิ่นนาน ทำให้เขาก้าวเท้าไปด้านหน้า
ฉู่สวินหยางที่กำลังหลุบตามองต่ำเพราะความเหม่อลอย พลันได้สติเมื่อเห็นชายเสื้อคลุมสีหมึกเข้ามาอยู่ในสายตา นางตกใจเงยหน้าขึ้น ปะทะกับรอยยิ้มอบอุ่นและอาวรณ์ในก้นบึ้งสายตาของเหยียนหลิงจวิน
ทั้งชาติก่อนและชีวิตนี้ ฉู่สวินหยางเคยเห็นรอยยิ้มของเขามานับครั้งไม่ถ้วน แต่สายตาที่ได้เจออยู่เบื้องหน้า ณ เวลานี้กลับทำให้นางรู้สึกไม่คุ้นเคย ในความทรงจำไม่เคยมีภาพนี้ คล้ายว่าเขาจะแสดงความรู้สึกเช่นนี้ออกมาเป็นครั้งแรก
“เจ้า…” เมื่อถูกเขาจับจ้องเช่นนี้ ฉู่สวินหยางพลันหน้าแดงระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว เอ่ยปากกระอึกกระอัก
“ข้าดีใจยิ่ง” เหยียนหลิงจวินไม่รอให้นางเอ่ยปากก็เอื้อมมือมาจับนิ้วของนางไว้
อากาศปลายเดือนสิบ กอปรกับฝนที่ตกพรำ พาให้บรรยากาศมีความเย็นบางๆ ลอยวน มีเพียงอุณหภูมิในมือเขาที่อบอุ่นและน่าสงบใจ
ร่างของฉู่สวินหยางพลันแข็งทื่อ พยายามดึงมือกลับตามสัญชาตญาณ
เหยียนหลิงจวินเหมือนเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ปลายนิ้วออกแรงเล็กน้อย กุมนิ้วมือของนางไว้ไม่ยอมปล่อย
ฉู่สวินหยางที่แต่ไร