จางอวิ๋นชะงักค้างไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อย
“เจ้าว่าใครนะ?”
“พวกเขาเรียกว่า… หอจี๋กวง!” เติ้งอวี้เซวียนย้ำเสียงหนักแน่น
“……”
มุมปากของจางอวิ๋นกระตุกวูบ
บัดซบเอ๊ย… นี่มันยืนดูไฟไหม้ฝั่งตรงข้ามอยู่ดีๆ ไหงไฟดันลามมาไหม้เรือนตัวเองได้เล่า?
เขาไม่รอช้า รีบสวนคำถามกลับไปทันที “พวกเจ้าจ้างผู้ดูแลหอคนไหนของหอจี๋กวงมา?”
ปฏิบัติการใหญ่สะเทือนฟ้าดินขนาดนี้ กลุ่มโจรสลัดหยกศิลาต้องทุ่มทุนจ้างระดับเจ้าหอมาลงมือแน่นอน
“เอ่อ เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดนัก รู้เพียงแต่ว่าหอจี๋กวงส่งยอดฝีมือมาหลายคน และคนที่เป็นหัวหน้าเรียกตัวเองว่า… ‘สาม'”
“สาม?”
จางอวิ๋นหรี่ตาลงจนเป็นเส้นคมกริบ ดูท่าจะเป็น ‘เจ้าหอสาม’ ไม่ผิดแน่
หนทางแคบมักเผชิญศัตรู… สวรรค์ไม่ได้ลิขิต แต่เวรกรรมนำพาชัดๆ!
“ตอนนี้พวกมันอยู่ในงานประมูลใต้ทะเลกันหมดใช่ไหม?”
“ถูกต้อง…”
เติ้งอวี้เซวียนพยักหน้า แววตาพลันฉายประกายประหลาดวูบหนึ่งที่ยากจะสังเกตเห็น
ประจวบเหมาะกับที่จางอวิ๋นเบือนหน้าไปทางอื่นพอดีจึงไม่ทันได้สังเกตสายตานั้น เขาเพียงจ้องมองไปยังผืนทะเลกว้างใหญ่ที่เพิ่งจะกลืนกินสถานที่จัดงานลงไปพลางครุ่นคิด
สำหรับเขาแล้ว เจ้าหอสามแห่งหอจี๋