้นก็พากันแตกร้าว สลายไปเป็นกลุ่มควันอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อนตำหนักสวรรค์กลายเป็นตำหนักแห่งมรณะที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆอย่างรวดเร็ว แม้แต่ตัวตำหนักเองก็สลายไปอย่างรวดเร็วภาพที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละฉากนี้… ทำให้หัวใจของเยี่ยนอวี๋จมลงสู่จุดต ่าสุด “ดังนั้น แม้จะไม่มีอวิ๋นเหลียน ยุคคุนหลุนก็สิ้นสลายล่วงหน้าอยู่ดี กระทั่งเร็วยิ่งกว่าเดิม”“เท่าที่ดูตอนนี้ก็ใช่” หรงอี้ที่ตอบเสร็จยังถ่ายโอนภาพให้ภรรยามากขึ้น และค่อยๆ อธิบายว่า “แรกเริ่มพลังกฎพังทลาย จากนั้นลำดับบิดเบี้ยว มิติปริภูมิพังทลาย”เทียบกับเยี่ยนอวี๋แล้ว หรงต้าซือมิ่งที่ ‘ใช้’ ดวงตาของตนเองนอกจากจะเห็นแล้ว ยังประสบและสัมผัส ‘ได้ด้วยตนเอง’ สิ่งที่ทูตสวรรค์ฝ่ายขวาในยุคคุนหลุนได้ประสบทุกอย่างเยี่ยนอวี๋ได้ยินและได้เห็น ความไม่สบายใจค่อยๆ บังเกิดขึ้นในใจโดยเฉพาะเมื่อนางเห็นว่ายุคคุนหลุนกำลังสลายสิ้น นางก็หวาดหวั่น
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” เยี่ยนอวี๋ไม่เข้าใจและก็เป็นเพราะไม่เข้าใจ นางจึงหวาดหวั่นยุคคุนหลุนในครานี้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคลุ้มคลั่งจักรวาลทั้งผืนจู่ๆ ก็พังทลาย กฎต้นกำเนิดและมิติปริภูมิล้วนตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายโดยที่ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆเลยเหล่านักฝึกฌานที่อยู่เหนือสามัญชนและพึ่งพิงการตระหนักรู้กฎเกณฑ์และพลัง เป็นสิ่งมีชิวิตกลุ่มแรกที่สิ้นสลาย ตบะยิ่งสูงก็ยิ่งพังทลายเร็วอย่างเช่นเทพราชาชิงและทูตสวรรค์ฝ่าย