“เหมียว?” เรื่องแค่นี้หรือเจ้าเหมียวสีขาวเกาหู วางใจลงไม่น้อย ก็แค่ส่งจดหมายให้เองนี่คิดว่าเกิดอะไรขึ้นเสียอีกเหมียว…แต่ว่า เจ้าเหมียวสีขาวที่จำเป็นต้องส่ายศีรษะพูดว่า “เหมียวๆๆ…”ข้าทำไม่ได้หรอก ไม่รู้ว่ากลับไปอย่างไร ที่นี่ไม่ใช่ว่านอวี้นี่นาเหมียวไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนเหมียว…ต้าซือมิ่งที่หรี่ตาลง เขามองเสี่ยวไป๋เงียบๆจากนั้น เจ้าเหมียวสีขาวที่ส่ายศีรษะเสร็จมันก็ลังเลครู่หนึ่ง“เหมียว?” เช่นนั้นข้าลองดู?ต้าซือมิ่งพยักหน้าก่อนจะเริ่มเขียนคำเชิญงานแต่งงานและส่งให้เจ้าเหมียวเจ้าเหมียวสีขาวกลืนคำเชิญลงไป จากนั้นก็ร้อง “เหมียวๆๆ”บอกว่าไม่รับรองว่าจะสำเร็จนะเหมียว“ไปเถอะ” ต้าซือมิ่งโบกมือโดยไม่ลังเลเจ้าเหมียวสีขาวโอ้เอ้อยู่ครู่หนึ่ง ยังคงร้อง “เหมียวๆๆ” ไม่ยอมไปต้าซือมิ่งจึงแกล้งเทียนตี้ “ท้องพระคลังตำหนักสวรรค์มีทรัพย์สมบัติไม่น้อย”
“เหมียว” เจ้าเหมียวสีขาวที่ดีอกดีใจวิ่งออกไปทันที…เทียนตี้ที่กำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดของสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเขาก็ ฮัดเช่ย ฮัดเช่ย สองครั้งทันที รู้สึกประหลาดใจ “ใครกำลังด่าข้านะ”เทียนตี้ที่หันไปมองเจ้าตัวน้อยด้วยสัญชาติญาณกำลังสงสัยว่าท่านเสี่ยวเป่าไม่พอใจเขา เพราะว่าเมื่อคืนเขาแย่งข้าวต้มของเจ้าตัวน้อยกิน คงแค้นฝังใจแน่ๆ“เนะ?” เจ้าตัวน้อยที่ถูกมองทำหน้าใสซื่อเทียนตี้จึงมองกลับมาและรายงานต่อไป รู้สึกว่าตนเองเป็นคนใจแคบเกินไปเมื่อเยี่ยนอวี๋ฟังจบและพาเด็กน้อยและสา