อนหน้านี้ไม่นานถูกพบเป็นศพเน่าเปื่อย ตอนที่ข้าสั่งคนไปฝัง คนข้างล่างรายงานว่ากระดูกสลายไปแล้ว แบบว่า…สูญเสียดวงจิตแบบนั้นน่ะ”“เรื่องเมื่อครึ่งปีก่อน?” เยี่ยนอวี๋ถาม“ใช่ ท่านรู้หรือ?” อินสวินอี้งุนงงเล็กน้อย “ชัดเจนเช่นนี้เลยหรือ”อินหลิวเฟิงรู้ความใน “เรื่องนี้พูดแล้วยาว นายท่านเชิญท่านตามสบาย ข้าจะเล่าให้ท่านพ่อฟังเอง”“ก็ดี” เยี่ยนอวี๋หยักหน้า “ข้าจะไปดูที่ที่นางอาศัยตอนมีชีวิตอยู่”
“เช่นนั้นให้ซานเหมาพาท่านไป” อินสวินอี้พูดพลางให้ขันทีน้อยพาซานเหมามา ในขณะเดียวกันก็อธิบายว่า “ตั้งแต่ที่ชุนซิ่นจวินจากไป ที่ที่นางอยู่ก็ไม่มีคนดูแล ไม่เช่นนั้นศพก็คงไม่เน่าเปื่อยเช่นนี้แล้วยังไม่มีผู้ใดพบเห็น ถือว่ากรรมตามสนองจริงๆ”“ท่านอ๋องอย่าพูดเหลวไหล ชุนซิ่นจวินยังดีอยู่เลย เขาอยู่บนตำหนักสวรรค์น่ะ” เอ้อร์เหมารีบพูดทันที“อะไรนะ” อินสวินอี้ไม่เข้าใจเอ้อร์เหมาเล่าเรื่องที่อดเล่าไม่ได้เกี่ยวกับ ‘ชุนซิ่นจวิน’ และนายน้อยของพวกเขาอย่างหมดเปลือกให้อินสวินอี้ฟังถึงอย่างไรตอนที่เยี่ยนอวี๋พวกเขาจากไป เอ้อร์เหมาก็ยังพูดไม่จบอินหลิวเฟิงล้มเลิกความคิดที่จะปกป้องตนเองแล้ว…เยี่ยนอวี๋ไม่ได้นั่งรถลาก เพราะว่าเด็กน้อยชอบความครึกครื้นมาก ครานี้จึงเดินเล่นบนถนนใหญ่ตามที่เขาต้องการ“อ้ะ”“อ้ะเนะ”“อ้ะ…”
เจ้าตัวเล็กที่ชอบความครึกครื้นมากจริงๆ เขาก็ถูกดึงดูดด้วยการแสดงเล่นกล ส่งเสียงร้องตลอดทาง ทำเอาสายตาทุกคู่มองมาที่เขา