ังเคาะประตูจิ่วอิงไม่กล้าขยับ และไม่รู้ว่าเหมาะสมที่จะเปิดประตูหรือไม่ต้าซือมิ่งกลับเอ่ยว่า “เข้ามา”จักรพรรดิมารที่ผลักประตูเข้ามาทำให้จิ่วอิงส่งเสียง จึ๊ๆเมื่อประตูปิดลง จิ่วอิงก็ถามว่า “สหายน้อย เจ้าทำอะไรน่ะ เล่นละครต้องเล่นให้ครบหรือ”“ใช่แล้ว” จักรพรรดิมารที่นั่งลงไม่ได้ใส่หน้ากาก ดวงตาของเขาก็ไม่ใช่สีม่วง แต่กลายเป็นสีเขียวแล้วสีเขียวชอุ่มนั่น เยี่ยนอวี๋เห็นแล้วก็รู้สึกคุ้นตามากหากไม่ใช่เพราะหน้าตาของจักรพรรดิสวรรค์ไม่เหมือนกับต้าซือมิ่งเลย เยี่ยนอวี๋คงคิดว่าทูตสวรรค์ฝ่ายขวาที่มีงานอดิเรกเป็นจักรพรรดิมารคนนี้คงเป็นร่างพลังของสามีนางแน่นอนทว่าตอนนี้ดูแล้วกลับไม่ใช่เช่นนั้นจริงๆ
แต่เยี่ยนอวี๋ยังคงถามว่า “เจ้าแปลงโฉมด้วยหรือ”“เปลี่ยนกระดูกน่ะ” ทูตสวรรค์ฝ่ายขวาตอบอย่างตรงไปตรงมา นี่ไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเขา เพราะว่าหลังจากสวมหน้ากากแล้ว ผู้ที่ละเอียดย่อมพบพิรุธได้จากรูปปากและแนวสันกรามดังนั้นการ ‘แปลงโฉม’ ของทูตสวรรค์ฝ่ายขวาเห็นได้ชัดว่าแนบเนียนมาก หลายปีมานี้อวิ๋นเหลียนจึงยังคงจับไม่ได้ เพราะการแปลงโฉมอันไร้ที่ตินี่เองเพียงแต่ว่าเขาเพิ่งจะเปลี่ยนโฉมเป็นจักรพรรดิมาร เขาก็สัมผัสได้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายของตำหนักสวรรค์ที่อยู่ในเมืองซานเหอมีความเคลื่อนไหวแล้ว ทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยจากนั้น… คุณชายอวิ๋นที่สิบสองและอวิ๋นเหลียนที่ปลอมตัวเป็นทูตสวรรค์ฝ่ายซ้ายก็ปรากฏขึ้นข้างหน้าค่ายกลเค