ือนหน้าหนี มุดเข้าไปในอ้อมอกของท่านพ่อเขา ไม่สนใจเจ้าเหมียวสีขาวต้าซือมิ่งเองก็จับเจ้าเหมียวสีขาวขึ้นมา “อย่ากวนเขา”“เหมียว” เสี่ยวไป๋ที่พลิกตัวขึ้นไปที่แขนของหรงอี้ มันก็เชื่อฟังไม่กวนเด็กน้อยแล้ว และเริ่มสนทนากับอี้เอ๋อร์ของมันต่อ “เมี๊ยวๆๆ…”เยี่ยนอวี๋อดถามไม่ได้ว่า “สามี เสี่ยวไป๋พูดภาษาที่ข้าเข้าใจได้หรือไม่” จนถึงบัดนี้ ภาษาแมวของเจ้าเหมียวตัวนี้เป็น ‘ภาษา’ เดียวที่นางไม่สามารถเข้าใจได้
“ไม่ได้” หรงอี้ที่หยิกเจ้าเหมียวสีขาวขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็จับมันวางไว้บนไหล่ ฝ่ายหลังคลอเคลียที่บริเวณคอของเขาทันที แต่มันก็หยุดส่งเสียงร้องแล้ว เพียงแค่มองเยี่ยนอวี๋ด้วยดวงตาสีเขียวมรกตสุกใสเยี่ยนอวี๋ยื่นมือไปหามัน ย่อมได้รับการตอบสนองในทันทีเสี่ยวไป๋กระโดดไปที่ฝ่ามือของเยี่ยนอวี๋และยังเลียมือของนางน่าเสียดายที่มันเพิ่งจะเลียก็ถูกต้าซือมิ่งจับกลับไปแล้ว เพราะว่าต้าซือมิ่งคิดว่าแม้แต่เขาเองก็ยังไม่เคยเลียมือของภรรยาเลยเยี่ยนอวี๋กลับประท้วงพูดขึ้นว่า “สามีอย่าจับมันไปสิ ให้ข้าดูก่อน”“เหมียววว” เสี่ยวไป๋บอกว่าข้าชอบเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มากเลย เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เจ้าปลาน้อย หอมเหมือนปลาตากแห้งเลยเจ้าเหมียวสีขาวที่กินทุกอย่าง มันไม่เคยลืมว่าจริงๆ แล้วมันชอบกินปลาตากแห้ง เหมียวๆ“มันง่วงแล้ว” ต้าซือมิ่งที่ยัดเจ้าเหมียวสีขาวเข้ามาอย่างจริงจังตัดบทว่าเจ้าเหมียวสีขาวง่วงแล้ว ชนิดที่ไม่ง่วงก็ต้องง่วงเจ้าเหมียวสี