ขาวย่อมไม่ยอม มันมุดศีรษะออกมา “เหมียว”หรงอี้จิ้มศีรษะมันกลับไป “อยู่นิ่งๆ”
“เหมียว” เจ้าเหมียวสีขาวอยากพูดว่าตนเองไม่ง่วงเลยจริงๆ ยังวิ่งเล่นอีกสามร้อยรอบได้ทว่าการหาวในเวลาต่อมาของมันกลับหักหลังตัวมันเสียเองเยี่ยนอวี๋เห็นดังนี้ก็ไม่ได้บังคับ กลับยังคงมองเจ้าเหมียวสีขาวเพราะว่าเจ้าเหมียวสีขาวที่ถูกคลาย ‘ผนึก’ แล้วมีชีวิตชีวากว่าเดิม และยังร่าเริงและน่ารักยิ่งขึ้นด้วย ตัวก็เล็กและงดงาม ปฐมราชินีเยี่ยนย่อมต้านทานไม่ไหวทว่าเสี่ยวไป๋กลับยิ่งอยู่ยิ่งง่วง ไม่นานมันก็ผล็อยหลับในอ้อมอกของเด็กน้อยจากนั้น… เยี่ยนอวี๋ก็พบว่าจังหวะการหายใจของแมวเหมียวเหมือนกับเด็กน้อยเลยนอกจากนี้มันนอนไปสักพักยังมุดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเด็กน้อย ราวกับรู้ว่าต้องซ่อนตัวเองไว้เยี่ยนอวี๋ไม่เข้าใจ “นี่…”“ตอนข้าเด็ก มันก็ชอบมุดเข้าไปนอนในกระเป่าเสื้อของข้าเช่นนี้” หรงอี้อธิบายด้วยน ้าเสียงที่ชวนให้หวนลำรึกถึง ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในอดีต เพียงเพราะว่าเมื่อเสี่ยวไป๋เทียบกับจิ่วอิงแล้ว เสี่ยวไป๋เป็นคนที่อยู่กับเขาตลอดในวัยเด็กกระทั่ง…
“มารดาข้าบอกว่าตอนที่ท่านยังไม่รู้ว่าตั้งครรภ์ข้า เสี่ยวไป๋ก็รู้แล้วและยัง ‘อุ่นท้อง’ ให้นางทุกวัน ราวกับพยายามจะฟักข้าออกมามันโง่มาก”แม้จะพูดเหมือนรังเกียจ แต่เยี่ยนอวี๋ฟังออกว่าอันที่จริงสามีนางชอบเสี่ยวไป๋มาก สำหรับเขาแล้วเจ้าเหมียวน้อยตัวนี้เป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดาเลยเยี่ยน