นถามอย่างระมัดระวัง สัญชาติญาณความเป็นหนูของมันบอกมันว่าชายที่งดงามเช่นกันท่านนี้น่ากลัวว่าท่านราชาเมื่อครู่นี้เสียอีก“อืม” หรงอี้ที่ตอบเสร็จก็ปล่อยหนูทันที
ทันทีที่เจ้าหนูดำดินร่วงลงพื้น มันก็มุดเข้าไปในดินด้วยสัญชาติญาณทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็มุดออกมาจากดินอีกครั้ง “แล้วพวกท่านจะไปเมื่อใดหรือขอรับ”คำถามนี้หรงอี้ไม่ทันตอบ เจ้าเหมียวสีขาวที่เหมือนกับสัมผัสบางอย่างได้จู่ๆ ก็กระโดดออกมา “เหมียว?”ฟิ้ว เจ้าหนูดำดินหนีไปไกลแล้ว มารดามันเถอะ มีแมวด้วย ที่นี่มีแมวด้วย โอยๆๆ…เจ้าหนูดำดินกลัวจนวิ่งหายสาบสูญไปแล้ว เร็วจนเยี่ยนอวี๋เลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้าหนูดำดินตัวนี้คล่องแคล่วดีนี่”“เหมียว?” เจ้าเหมียวสีขาวถาม มีหนูจริงๆ หรือ มิน่ามันถึงรู้สึกหิวหรงอี้หรี่ตามองมันและพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องนอนแล้ว จะพาเจ้าไปหาเจ้านายคน ‘ก่อน’ ของเจ้า”“เหมียว?” เจ้าเหมียวสีขาวงงงัน “เหมียวๆ?” ใครหรือ เจ้านายของข้า ไม่ใช่เสี่ยวซีเอ๋อร์ท่านย่าของเจ้าหรือ เจ้านายคน ‘ก่อน’ ที่ไหนกัน
ทว่าต้าซือมิ่งไม่ได้อธิบายอะไรอีก เขาอุ้มภรรยาและลูก เรียกจิ่วอิงที่วิ่งไปไกล ให้ฝ่ายหลังพาเม่ยเอ๋อร์ที่ยังไม่ฟื้นตัวไปยังสวรรค์ชั้นเก้าที่อยู่ใกล้ๆ กับอาณาจักรมารเพราะว่าหอเทียนเยาที่พูดถึงไม่ได้อยู่ในอาณาจักรมาร แต่อยู่ในเมืองซานเหอ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสวรรค์ชั้นเก้า แต่สวรรค์ชั้นเก้าก็อยู่ใกล้กับอาณาจักรมารในขณะเดียวกัน…จักรพรรดิมารที่ก