ันเสร็จ นางก็หาเรื่องก่อน”“ใช่ กล้าดีมาด่าฮูหยินของเรา นางไม่คู่ควร ข้าไม่ตบนางตายถือว่าเป็นบุญแล้ว” จิ่วอิงเสริม “หากไม่ใช่เพราะคำนึงได้ว่านางเพิ่งมาที่นี่ ยังไม่คุ้นเคยดี คนอย่างนางคงตายไปร้อยครั้งแล้ว”“และถูกสับเป็นเนื้อสับร้อยครั้ง” เม่ยเอ๋อร์เสริม
คำพูดเช่นนี้… ทำเอาซั่งกวนฉิงที่เพิ่งฟื้นโมโหแทบตายทว่าคุณชายอวิ๋นที่สิบสองกลับพูดอย่างเป็นธรรมว่า “ฮูหยินน้อยกล่าวเช่นนี้ไปพวกท่านก็เถียงข้างๆ คูๆเกินไปแล้ว หลังจากแลกเปลี่ยนกันเสร็จ ท่านก็เรียกบุตรของท่านกลับไป คนที่หาเรื่องคือพวกท่านต่างหาก”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่ได้พูดว่าหลังจากแลกตัวกันแล้วข้าห้ามเรียกบุตรของข้ากลับมา ครานั้นข้าก็ถามแล้วว่าพวกเจ้ามีคำถามอะไรหรือไม่คุณชายน้อยท่านนี้เป็นคนพูดเองว่าไม่มี” เยี่ยนอวี๋อธิบายอย่างชัดเจน เพื่อแสดงตนว่าที่ทำไปมีเหตุและผลคุณชายอวิ๋นที่สิบสอง “…”ตรรกะของโจรแบบนี้ เขากลับไม่สามารถโต้แย้งได้เลยที่สำคัญคือใครจะไปรู้ว่าหลังจากตกลงกันแล้วยังสามารถเรียกลูกกลับไปได้ด้วยนายท่านซั่งกวนโกรธกริ้วจนหัวเราะออกมา “พูดเช่นนี้หมายความว่าคนผิดคือบุตรสาวข้า นางควรขอโทษเจ้า?”“ใช่” เยี่ยนอวี๋พยักหน้า“เจ้าฝันไปเถอะ” ซั่งกวนฉิงที่ศีรษะปูดเป็นสุกรกรีดร้องขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านต้องคืนความเป็นธรรมให้ลูกนะเจ้าคะ จับจอมโจรเหล่านี้เข้าคุกซะ”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น…เพียะจิ่วอิงซัดฝ่ามือลงไปต่อหน้านายท่านซั่งกวน เขาตบโดนจมูกและป