ลุมศพที่จู่ๆ หดลงเล็กน้อย ทำให้เยี่ยนอวี๋รู้ว่ามันคงรู้สึกแสบร้อนนางเองก็ไม่ได้ชักช้า นางยื่นมือที่ถือตะเกียงวิญญาณของไท่เฮ่าออกมา “ไป”เยี่ยนอวี๋ที่กลายเป็นแสงหลากสีพาหลุมศพหายไปกลายเป็นแสงดุจประกายไฟใน ‘หลุม’ มืดมิดนั่นทันที
ทำให้ทวยเทพที่ออกจากตำหนักแล้วและกำลังแหงนหน้ามอง‘หลุม’ รู้ว่าเยี่ยนอวี๋จากไปแล้ว“นายท่าน…” ซีหวังหมู่ตะโกนด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้เทพอัสนีถึงกับเหินขึ้นไปใกล้ๆ ‘หลุม’แต่แล้ว…ตูมจู่ๆ หลุมก็หายไป มันหายไปพร้อมกับแสงหลากสี ทำเอาเทพอัสนีตกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”“โอ้ เสี่ยวเหลย เจ้าก่อเรื่องหรือ” ซีหวังหมู่ตะโกนเสียงดังเทพอัสนีตกใจ เขาลงมาอยู่ข้างกายอินหลิวเฟิงแล้ว “เจ้าวิหคทมิฬ เกิดอะไรขึ้นหรือ”“ข้าขอดูหน่อย” อินหลิวเฟิงที่ขมวดคิ้วแน่นรีบตรวจสอบค่ายกลที่สูญเสียแสงหลากสีไป ในใจก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่านี่คือเหตุการณ์ปกติหรือไม่ประมาทไปแล้ว ก่อนหน้านี้ลืมถามจวินโฮ่วว่าหลังจากเปิดใช้งานค่ายกลแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เดิมทีเขาคิดว่าแสงค่ายกลจะอยู่ตลอดจนกว่านายท่านจะกลับมา สุดท้ายกลับไม่เป็นเช่นนั้นหรือหรือว่าเกิดปัญหาอะไร?
อินหลิวเฟิงเหงื่อตก แต่เขาก็พบในทันทีว่า “ค่ายกลไม่มีปัญหายังคงทำงานได้ปกติ”“เจ้าแน่ใจ” ตี้จวิ้นถามอย่างสงสัย“แน่ใจ” อินหลิวเฟิงมั่นใจมาก รอบกายเขาแผ่ซ่าน ‘แสงแห่งปัญญา’ แตกต่างจากสมัยที่เขาเป็นตาทึ่มอย่างสิ้นเชิงตี้จวิ้นลูบจมูกดูเหมือนไม่พอใจนัก “เช่นนั้นก็ไ