ม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้ว เมื่อนายท่านจะกลับมา ค่ายกลนี้คงสว่างด้วยตนเอง”“แต่ข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านายท่านจะกลับมา” อินหลิวเฟิงเหงื่อตกเพราะเรื่องนี้ตี้จวิ้น “…”จู่ๆ เขาก็กังวลขึ้นมาดังนั้นปัญหาเหล่านี้ อาจารย์พ่อดอกบัวขาวคิดถึงหรือไม่นะตี้จวิ้นไม่รู้และไม่แน่ใจอินหลิวเฟิงก็เช่นกัน แต่เขาก็นั่งขัดสมาธิลงในค่ายกลแล้ว“ทำอะไร” ตี้จวิ้นไม่เข้าใจ“ขอเพียงติดต่อนายท่านได้ผ่านค่ายกลนี้สักเล็กน้อย ต่อจากนี้อย่ามารบกวนข้า” อินหลิวเฟิงหวังเพียงว่าตนเองจะสัมผัสถึงและเปิดใช้งานค่ายกลได้ในเวลาที่ประจวบเหมาะ
มิเช่นนั้น… อินหลิวเฟิงไม่กล้าคิดต่อไป ถึงอย่างไรหลังของเขาก็โชกไปด้วยเหงื่อ และยังรู้สึกมีลมหนาวพัดผ่านนี่ไม่ใช่ความรู้สึกที่คิดไปเองถึงอย่างไรเอ้อร์เหมาก็กำลังทำงานอย่างแข็งขัน “นายน้อยข้าน้อยช่วยพัดให้ท่าน ท่านดูท่านสิ ยุ่งจนเหงื่อท่วมไปหมดแล้ว”“ออกไป” อินหลิวเฟิงคิดว่าครานี้เขาต้องเปลี่ยนองครักษ์จริงๆแล้ว ไม่สิ เขาไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์แล้วเอ้อร์เหมากลับยืนกราน “ไม่ได้หรอก หากข้าน้อยไม่ทำงานอย่างเต็มที่ กลับไปท่านจะหาข้ออ้างเตะข้าน้อยกลับโลกมนุษย์จะทำอย่างไร”อินหลิวเฟิง “…”เจ้าบัดซบนี่รู้ตัวดีนี่ น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถีบเขากลับไป จับสัมผัสนายท่านสำคัญกว่าอินหลิวเฟิงที่คิดเช่นนี้ก็นั่งสมาธิหลับตาลงแล้วในขณะเดียวกัน…เยี่ยนอวี๋ที่นำหลุมศพ ‘เดินหน้า’ อย่างต่อเ