างคงจับเด็กน้อยคนนี้ไว้ไม่อยู่ทว่า… เยี่ยนอวี๋ที่ไม่สามารถสัมผัสอาการของต้าซือมิ่งได้ยังคงรู้สึกเป็นกังวล “เช่นนั้นเสี่ยวเป่าคิดว่าท่านพ่อเจ้านอนหลับไป หรือว่าเป็นอะไรไปหรือ”เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่จับใบหน้าด้วยมืออวบอ้วน เห็นได้ชัดว่าถูกท่านแม่เขาถามจนงงไปหมด แต่ว่า…จางอวิ๋นเมิ่งที่มีสายตาเฉียบแหลมก็พูดขึ้นว่า “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ดูมือของลูกเขยสิ”
อันที่จริงเยี่ยนอวี๋นางเห็นแล้ว ตั้งแต่ที่มือของต้าซือมิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง นางก็เห็นแล้วดังนั้นจางอวิ๋นเมิ่งเพิ่งจะพูดเสร็จ เยี่ยนอวี๋ก็อุ้มเด็กน้อยนั่งยองๆลงมามือของต้าซือมิ่งเองก็ ‘มุด’ ออกมาจากวงแหวนสีดำและแตะลงบนมือของภรรยาเยี่ยนอวี๋จับชีพจรของเขาทันที เด็กน้อยเองก็รีบแตะมือของท่านพ่อเขาอย่างไม่ยอมน้อยหน้าท่านแม่เพียงแค่ครู่เดียว… เยี่ยนอวี๋ก็รู้ได้อย่างแจ่มชัดว่าสามีนางยังสบายดี เพียงแต่ว่ามีพลังจำนวนหนึ่งในร่างกายกำลังอาละวาด แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่สามารถควบคุมได้เยี่ยนเสี่ยวเป่าตะโกน “พ่อ ตื่น เป่า หิว…”ต้าซือมิ่งที่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ฝ่ามือของเขากลับปรากฏกระเป๋าวิจิตรใบหนึ่งเด็กน้อยกะพริบตา มองไปที่ท่านแม่ของเขา “เนะ?”เยี่ยนอวี๋ไม่ได้ตอบ เพียงแค่หยิบกระเป๋าใบนั้นมา นางเดาว่าในนั้นมีอาหารของเด็กน้อยเมื่อนางหยิบกระเป๋าใบนั้นมา… มือของต้าซือมิ่งก็ค่อยๆ ‘หด’กลับไป
ต้าซือมิ่งที่มีท่าทางเชื่องช้านั้นกลับทำให้จางอวิ๋นเมิ่งแม่ยายคนนี้ประทับใจอย่