อวิ๋นเหลียนมอง ‘กรง’ ที่ปิดผนึกนางอย่างแน่นหนาด้วยภูเขาและทะเล แม่น ้าโบราณทับซ้อนขวางกั้น รู้สึกถึงความไร้พลังของตนเองดวงตาที่ดูคล้ายดวงตาของกู้หยวนซูเบิกกว้างถึงขีดสุด “เป็นไปได้อย่างไร?”มิน่าแปลกใจที่อวิ๋นเหลียนจะตกตะลึงเช่นนี้ เพราะว่าตามหลักแล้ว เยี่ยนอวี๋ไม่สามารถกักขังนางได้เช่นเดียวกับที่นางเองก็ไม่สามารถกักขังเยี่ยนอวี๋ได้ เพราะว่าพลังของพวกนาง ‘เสมอ’ กัน ต่างฝ่ายต่างไม่สามารถกักขังหรือทำร้ายซึ่งกันและกันได้ แม้แต่การกลืนกิน อวิ๋นเหลียนเองก็ต้องใช้เวลาเพื่อตระหนักรู้ถึงหลายสิบล้านปีจึงสามารถค่อยๆ กลืนกินพลังของเยี่ยนอวี๋ได้ นางไม่สามารถทำได้ในชั่วข้ามคืน มิเช่นนั้นนางเองก็คงไม่ต้องทรมานหลายปีเช่นนี้…ทว่าเยี่ยนอวี๋ในบัดนี้กักขังอวิ๋นเหลียนไว้ได้สำเร็จแล้ว และสำเร็จด้วยการใช้ผนึกขุนเขาและท้องทะเล เพียงแต่ว่าในผนึกขุนเขาและท้องทะเลนี้ นอกจากจะประกายแสงสีม่วงไท่ชูอันเป็นเอกลักษณ์ของเยี่ยนอวี๋แล้ว ยังมีแสงสีม่วงอร่ามของต้าซือมิ่งด้วย มิหนำซ ้า…ฐานที่ผนึกไว้ยังเป็นมงกุฎที่ดูเหมือนดอกไม้บนหน้าผากของเยี่ยนอวี๋อวิ๋นเหลียนที่เห็นสิ่งนี้ชัดเจนแล้วก็เข้าใจทันที “เขานี่เอง เขาอีกแล้ว เจ้าแซ่หรงนั่น เขากำลังผสานกับร่างพลังสุดท้ายของเขามิใช่หรือ เหตุใดจึงยังมาช่วยเจ้าได้”
อวิ๋นเหลียนโมโหจนแทบจะระเบิดอยู่แล้วเหตุผลที่นางกล้าโจมตีกลับในยามนี้ก็เพราะว่านางรู้ว่าต้าซือมิ่งกำลังผสานกับร่างพลั