เป็นอะไรเลย” เทียนอ๋องเบิกฟ้าที่เฝ้ายมโลกอธิษฐานให้ทุกอย่างราบรื่น เขารู้ว่าสิบสองเทพขุนเขาไปยังหลุมศพแล้ว เขาจึงไม่ไปก่อความวุ่นวายอีก
ยมโลกในบัดนี้กลายเป็น ‘พื้นที่ที่มีปัญหา’ เขาต้องปกป้องอย่างระมัดระวัง ข้างหลังจะเละเทะไม่ได้เทียนอ๋องเบิกฟ้าที่คิดเช่นนี้ก็สั่งเหล่าผีน้อยให้ทำงานล่วงเวลาเพื่อลาดตระเวนทางเข้าออกทั้งหมดของยมโลกให้ดี ตรวจผู้ที่เข้าออกให้เข้มงวดโชคดีที่เทียนอ๋องเบิกฟ้าทำเช่นนี้ มิเช่นนั้นกลิ่นอายมรณะที่ไหลออกมาจากหลุมศพเพียงพอที่จะคร่าชีวิตเทพเกียจคร้านเหล่านั้นถึงอย่างไร…“บัดซบ”เมื่อเทพหน้ามนุษย์เห็นกลิ่นอายมรณะที่รุนแรงเช่นนี้ก็พ่นคำหยาบออกมาสีหน้าของสิบสองเทพขุนเขาเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก “หยวนสื่อ เกิดอะไรขึ้นหรือ”หยวนสื่อเทียนจุนที่ไม่เข้าใจเช่นกันพูดได้เพียงว่า “ตอนที่ข้าส่งโทรจิตให้พวกเจ้า เพิ่งจะเริ่มมีกลิ่นอายมรณะหลั่งไหล เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาก็รุนแรงเช่นนี้แล้ว หากไม่ใช่เพราะบริเวณใกล้เคียงหลุมศพไม่มีสิ่งมีชีวิต พื้นที่ที่ถูกกลิ่นอายมรณะเหล่านี้ปกคลุมคงจะสูญสิ้นกันหมด ที่สำคัญคือท่ามกลางกลิ่นอายมรณะเหล่านี้ยังมีเจือกลิ่นอายแห่งความมืดนิรันดร์อันรุนแรงด้วย”
อสูรวิหคมังกรพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด “คงเกิดปัญหาในหลุมศพแน่ๆ”“ตอนนี้พวกเราเข้าไปไม่ได้ ขอให้พี่น้องทุกท่านควบคุมไอมรณะที่นี่ให้ดี อย่าให้พวกมันกระทบสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในยมโลก มิเช่นนั้นหายนะที่ตามมา