“สามี รอข้าด้วย”เสียงของเยี่ยนอวี๋ดังขึ้นข้างใบหูหรงอี้ เขาชะงักเล็กน้อง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยด้วยสัญชาติญาณ เขารู้ว่าภรรยาทำได้ ทว่าเขาได้ยินแผนการข้างนอกแล้วจึงส่งโทรจิตเตือนนางว่า “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์อย่ามา พวกเขาเดาได้ว่าเจ้าจะมา กำลังวางกับดักรอเจ้า”“ไม่เป็นไร” เยี่ยนอวี๋ยิ้มหยัน “ข้ารู้ว่าพวกเขาจะใช้วิธีอะไร ข้าและลูกจะหาวิธีเอง เจ้าอย่าบุ่มบ่ามออกไป รอโอกาสเคลื่อนไหวดีกว่า”“ลูก?” หรงอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย นัยน์ตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ลูกมักจะสร้างความประหลาดใจให้เสมอ” ดูภายนอกซื่อบื้อ อันที่จริงสำนวนที่ว่าคนคมในฝักคงมีไว้อธิบายลูกของเขาเยี่ยนอวี๋ที่ยิ้มเช่นกัน นางก็กำชับอีกครั้งว่า “สามีรอข้าด้วย”“อืม” หรงอี้ตอบเยี่ยนอวี๋จึงเก็บร่างพลังจิตกลับมาอย่างวางใจแต่ในระหว่างนี้ไท่เฮ่าเหมือนจะรับรู้บางอย่างได้ เขาก็มองไปที่โลงศพที่ต้าซือมิ่งนอนอยู่เจ้าแม่หนี่ว์วาสังเกตเห็น “ทำไมหรือ มีอะไรหรือ”
“เมื่อครู่นี้ เหมือนกับว่าจะมีความเคลื่อนไหวของปฐมราชินีเยี่ยน” ไท่เฮ่ามีไหวพริบดีมากต้าซือมิ่งที่ได้ยินดังนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย ทว่าจักรพรรดิเปลวเพลิงกลับไม่เห็นด้วย “เป็นไปไม่ได้ หากปฐมราชินีเยี่ยนมาเห็นพวกข้า ต้องระงับความโมโหไม่ได้แน่นอน นางต้องระเบิดอารมณ์แน่ๆ จะสงบเช่นนี้ได้อย่างไร”“หากนางรู้แต่แรกว่าคือพวกเราเล่า ใช่ว่าจะสงบอารมณ์ไม่ได้”ไท่เฮ่ายืนหยัดในความคิดของตนเองและเดินเข้าใกล้โลงศพด้วยสัญชาต