“ตัวอะไรน่ะ?” อินหลิวเฟิงมีลางสังหรณ์ไม่ดี โดยเฉพาะคำว่า‘ยุคก่อนประวัติศาสตร์’ ฟังดูน่ากลัวมากในความเป็นจริงมันก็น่ากลัวมากจริงๆ เพราะว่าขณะที่กู้จื่อเฟิงตัดสินใจเสร็จ ใต้เท้าของเยี่ยนอวี๋และพรรคพวกเหมือนกับว่ากำลังสั่นไหว ที่สำคัญคือทั้งข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้ายและข้างขวาหลายสิบลี้ล้วนสั่นไหวเหมือนกับมีบางอย่าง ‘คืบคลาน’ เข้ามานอกจากนี้ เทพอัสนีที่บินอยู่กลางอากาศยังเห็นว่ามีตัวอะไรบางอย่างหนาแน่นรอบทิศกำลังพุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย พวกมันไม่เกรงกลัวต่อเพลิงนิพพานและฟ้าคะนอง แม้จะถูกเผาทำลาย พวกมันยังคงทะลักเข้ามาเห็นที…“นายท่าน เราคงมาถึงรังของพวกมันแล้ว มีบางอย่างจำนวนมากกำลังรวมตัวกัน กองทัพของมันยิ่งใหญ่ใกล้เคียงกับมหาสงครามเทพและมารในครานั้นของเราเลย เพียงแต่ว่ามันมีลูกน้องมากเกินไปมองไม่เห็นลูกพี่พวกมันเลย” เทพอัสนีกล่าวจากข้างบนทว่ามันเพิ่งจะพูดจบ บริเวณพื้นข้างซ้ายและขวาของเยี่ยนอวี๋ก็มีแถบสายสีดำและสีแดงมากมายพุ่งออกมาเสียงดัง ชู่ เพลิงนิพพานของจางอวิ๋นเมิ่งสลายไปทันทีในขณะเดียวกัน…
อ๊บคางคกสีดำแดงขนาดยักษ์ตัวหนึ่งพ่นเมือกใส่เทพอัสนี เป็นเมือกที่ทำให้รู้สึกราวกับว่าสามารถยึดเทพอัสนีไว้บนท้องฟ้าได้ไม่เพียงเท่านี้…แซ่ดใยแมงมุงขนาดยักษ์ที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าก็คลุมพวกเยี่ยนอวี๋ไว้ในขณะเดียวกัน ที่สำคัญคือองค์จริงของแมงมุงยักษ์ที่พ่นใยออกมายังไม่เผยใบหน้า“มารดาข้าเถอะ”อินหลิวเฟิ