ณ จักรวาลดั้งเดิม ครอบครัวเยี่ยนอวี๋ที่เพิ่งกลับไปถึงก็ถูกเยี่ยนชิงเรียกเสียงดังว่า “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ นั่งสินั่ง พ่อทำปลาน ้าแดงที่เจ้าชอบกินมากที่สุดให้ รอก่อนนะ ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”“เจ้าค่ะ” ใบหน้าเยี่ยนอวี๋เต็มไปด้วยรอยยิ้ม วางธุระในมือทุกอย่างไว้ทว่าเด็กน้อยในอ้อมอกนางก็ถามขึ้นว่า “ตา เป่า ล่ะ”ทว่าเยี่ยนชิงกล่าวว่า “แน่นอนว่าเจ้าต้องกินของท่านพ่อเจ้า ตาเป็นพ่อของท่านแม่เจ้าก็ต้องทำให้ท่านแม่เจ้ากินคนเดียว”“…อ๋อ” เจ้าตัวน้อยฟังแล้วคิดว่าถูกต้อง เขาเงยหน้ามองท่านพ่อเขา “พ่อ… ข้าว เป่า ฮี่…”“รอก่อน” เมื่อพูดเสร็จ ต้าซือมิ่งก็อุ้มเด็กน้อยอวบอ้วนขึ้นมาไปทำอาหารแล้ว เขารู้ว่าภรรยามีเรื่องจะคุยกับท่านพ่อตาเพียงลำพังเยี่ยนอวี๋นางมีเรื่องอยากคุยกับท่านพ่อเจ้าน ้าตาจริงๆ นางจึงนั่งลงข้างหน้าท่านพ่อ ดูเขาทำอาหารวุ่นพลางพูดขึ้นเบาๆ ว่า “ท่านพ่อคงคิดถึงท่านแม่มากสินะเจ้าคะ”เยี่ยนชิงที่ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด น ้าตาเกือบจะไหลลงมาแล้วมันคือสัญชาติญาณอย่างหนึ่ง เมื่อมีคนกล่าวถึงบุคคลที่ล่วงลับที่มิอาจแตะต้องได้ในใจคนนั้น เป็นปฏิกิริยาโดยสัญชาติญาณ
สำหรับเยี่ยนชิงแล้ว ไม่ว่าภรรยาอันเป็นที่รักของเขาจะจากไปนานเพียงใดแล้ว เมื่อใดก็ตามที่มีคนพูดถึง เมื่อใดก็ตามที่เขาคิดถึงมันคือจุดที่ไม่อาจควบคุมได้มากที่สุด“เหตุใดจึงพูดถึงเรื่องนี้…” เยี่ยนชิงที่เสียงแหบแห้ง การเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่ก