เยี่ยนอวี๋ที่ยังคงไม่เข้าใจกฎการล่อลวง นางก็คิดถึงคำพูดของกู้จื่อเฟิง ซึ่งทำให้นางเดาว่าที่ตนเองจำเรื่องกฎการล่อลวงไม่ได้น่าจะเป็นเพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์ของตนเองแต่เงื่อนไขคือ…นางในฐานะที่เป็นเทพผู้สร้างได้ทำให้ความเป็นมนุษย์ของตนค่อยๆ เลือนหายไปและเยี่ยนจื่ออวี๋เป็นส่วนหนึ่งของนางจริงๆเดิมทีเยี่ยนอวี๋มิอาจพิสูจน์ได้ เพราะนางเองก็ไม่มั่นใจ เพียงแค่คาดเดาไว้เช่นนี้ ถึงอย่างไรเยี่ยนจื่ออวี๋และนางก็มีหน้าตาเหมือนกันแม่นางน้อยต้องมีความเกี่ยวข้องกับนางแน่นอนบัดนี้…นางพิสูจน์ได้แล้วเยี่ยนอวี๋ที่ค่อยๆ เรียกพลังจากร่างกายของตนกลับสู่อนุสติ นางรู้ดีว่าหากสมมติฐานของกู้จื่อเฟิงถูกต้อง เช่นนั้น ‘ร่างกาย’ ร่างนี้ของนางน่าจะมีปฏิกิริยาต่อกฎการล่อลวงของแอตแลน แต่หากไม่มีก็สามารถกำจัดข้อสมมติฐานของกู้จื่อเฟิงได้นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้เยี่ยนอวี๋รู้ว่าความสัมพันธ์ของตนเองและเยี่ยนจื่ออวี๋เกี่ยวข้องกันอย่างไรในขณะที่เยี่ยนอวี๋กำลังตรวจสอบตนเอง…เฟนเลย์ในสวนเอเดนก็ตกใจจนดวงตาแทบจะถลนออกมา
“บัดซบ!”บัดนี้ นอกจากคำว่า ‘บัดซบ’ เฟนเลย์ไม่สามารถใช้คำอื่นมาแทนความตกใจของตนเองได้ขณะที่ต้นไม้แห่งชีวิตวิ่งหนี ต้าซือมิ่งก็ขยับตัวอย่างแปลกประหลาด เด็กน้อยที่หลับสนิทก็ถูกโยนออกไปเฟนเลย์คิดในใจ ‘จบเห่!’ เป็นไปตามที่เขาคิดไม่มีผิด บุคคลที่ไร้ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้ไม่มีทางอ่อนโยนเพียงเพราะเด็กน้อยสุดแสนน