เอเดนกลืนกิน แต่ก็น้อยมาก” หูจวิ้นวิเคราะห์ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงริกเกิร์ตยังไม่เลิกเกลี้ยกล่อม “ฝ่าบาท นอกจากแอตแลนแล้วท่านสำคัญกว่ากระหม่อมริกเกิร์ตนัก!”“คุ้มกัน” หูจวิ้นรู้แก่ใจว่ากองทัพที่ปฐมราชินีเยี่ยนพามาทำให้ทางฝั่งเขามีอุปสรรคมากมาย ดังนั้นเทพพิทักษ์เหล่านี้ห้ามเสียไปแม้แต่คนเดียวเมื่อริกเกิร์ตเห็นว่าไม่สามารถเกลี้ยกล่อมหูจวิ้นได้ ก็ได้แต่ขอร้องว่า “เช่นนี้ให้ไทร์พวกเขามาคุ้มกันด้วย เรื่องอื่นๆ รอก่อนได้ความปลอดภัยของท่านสำคัญที่สุด”
“ได้” หูจวิ้นเองก็รักชีวิต เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้ เขาไม่สามารถเมินเฉยต่อสถานการณ์ในสวนเอเดนได้ แม้แต่กู้จื่อเฟิง หลังจากที่เขาทราบข่าวก็ไม่ได้ปล่อยให้หูจวิ้นไปกรมความมืดก่อน เพราะว่าเขาเองก็คิดว่าสถานการณ์ในสวนเอเดนสำคัญมากส่วนทางฝั่งเยี่ยนอวี๋…“ความเคลื่อนไหวไม่รุนแรงนัก แม้จะรับรู้ได้ แต่ก็ไม่ถือว่าเร่งด่วนนัก” กู้จื่อเฟิงคิดเช่นนี้และเขาก็มาถึงกรมแสงสว่างแล้วเช่นกันส่วนเหล่าผู้แข็งแกร่งของกรมแสงสว่าง พวกเขาล้อมบริเวณแท่นบูชาไว้นานแล้ว และสวดมนต์แห่งแสงสว่างโบราณอย่างต่อเนื่องไปยังแท่นบูชาที่ทลายเป็นช่องโหว่ลึกมองไม่เห็นบึ้งพวกเขากำลังสวดอ้อนวอน อธิษฐานต่อเทพซือมิ่งสวรรค์ของพวกเขา เทพีแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาและทูตแห่งแสงสว่างเพราะพวกเขารับรู้ได้ว่าลมหายใจของนางรวยรินมากตั้งแต่ที่แท่นบูชาเริ่มพังทลาย พวกเขาก็ร