ับรู้ถึงแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้จากไปไหน และไม่ได้สนใจหูจวิ้นหรือกองกำลังราชสำนัก ทว่า… เมื่อหูจวิ้นกำลังเตรียมพร้อม ผู้แข็งแกร่งกรมแสงสว่างท่านหนึ่งกลับเข้ามาขอความช่วยเหลือว่า “ฝ่าบาท หากท่านมองเห็นสวนเอเดน ช่วยพวกเราดูได้หรือไม่ว่าเทพีมิคาเอลเป็นอย่างไรแล้ว”“ได้” หูจวิ้นตอบในทันที
“ขอบพระทัย” เหล่าผู้แข็งแกร่งกรมแสงสว่างขอบคุณจากใจจริง“กรมแสงสว่างของเราติดบุญคุณราชสำนัก”หูจวิ้นไม่ได้พูดอะไร แต่ริกเกิร์ตตอบแทนฝ่าบาทว่า “จำคำพูดพวกเจ้าไว้”“สาบานต่อแสงศักดิ์สิทธิ์”“สาบานต่อแสงศักดิ์สิทธิ์!…”เหล่าผู้แข็งแกร่งกรมแสงสว่างล้วนสาบานต่อแสงศักดิ์สิทธิ์ เห็นได้ชัดว่าสำหรับพวกเขาแล้ว มิคาเอลสำคัญมากหูจวิ้นเองก็ไม่ได้ชักช้า เขากรีดปลายนิ้วของตนหยดหัวใจโลหิตลงไปในสวนเอเดน เพื่อฟื้นฟูงูพิษซาตานเทพพิทักษ์ทั้งแปดสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาจับตาดูหลุมบนแท่นบูชาตลอดเวลา กลัวว่าหากไม่ระวัง ฝ่าบาทของพวกเขาจะถูกกลืนกินเข้าไปในขณะเดียวกัน…“หืม?” เฟนเลย์ที่อ่อนไหวต่อกลิ่นคาวเลือด มันได้กลิ่นเลือดของหูจวิ้นทันที ทำให้มันไล่ตามกลิ่นไป มันรู้ดีว่าหูจวิ้นต้องการช่วยซาตาน“ที่ต้องการช่วยซาตานในยามนี้ต้องเป็นเพราะว่าต้องการใช้ดวงตาของซาตานดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสวนเอเดน” เฟนเลย์ครุ่นคิด
นอกจากนี้แม้ไม่รู้ว่าท่านพ่อของนายน้องต้องการอะไร แต่เฟนเลย์ตัดสินใจแล้วว่าต้องขัดขวางหูจวิ้นไว้ ถึงอย่างไรตอนนี้มันก็เป็นหมาป่า