ด้มีต้นกำเนิดเดียวกับพลังไท่ชูของข้าน่าจะจัดการได้ไม่ยากนัก”เยี่ยนอวี๋ที่คิดถึงตรงนี้ นางก็ดำดิ่งลงไปในห้วงความคิด สัมผัสและทำความเข้าใจกับพลังในสุราของแอตแลน และนางสามารถใช้อีกมุมมองหนึ่งเพื่อสังเกตพลังไท่ชูของตนเองในกระบวนการนี้ปรากฏว่าพลังไท่ชูยังคงกลับไปหาไท่อี้ด้วยสัญชาติญาณ คล้ายกับการย้อนกลับไปหาบรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังเหมือนกับว่าจะเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว… เห็นได้ว่ากลิ่นอายไท่อี้มีพลังดึงดูดต่อตนเอง ในส่วนลึกของหัวใจนางถือว่าสถานะจักรวาลยุคไท่อี้เป็น ‘แม่’ ผู้ให้กำเนิดนางเยี่ยนอวี๋ไตร่ตรองและทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านไปสองวันแล้ว…จักรพรรดิหูจวิ้นที่วุ่นวายกับเรื่องในครอบครัวจนปวดเศียรเวียนเกล้า สองวันนี้ก็ไม่มีเวลามารบกวนเยี่ยนอวี๋จริงๆ
จนวันนี้เขาเพิ่งจะแก้ไขปัญหาของเฟอร์ราได้ เขารับปากว่าจะไม่มอบตำแหน่งทายาทให้เฟอร์รา“เฮ้อ มิน่าเล่าจึงมีสุภาษิตว่า ข้าราชการสุจริตก็ยากที่จะตัดสินเรื่องราวในครอบครัวได้” หูจวิ้นบ่นกับกู้จื่อเฟิงกู้จื่อเฟิงยิ้มไม่พูดอะไร จะให้พูดว่าฝ่าบาทท่านหาเรื่องใส่ตัวจึงสร้างปัญหามากมายเช่นนี้ก็คงไม่ได้ ทว่า… กู้จื่อเฟิงยังคงเตือนว่า“ฝ่าบาทหากวันนี้มีเวลาว่าง แวะไปกรมความมืดสักเล็กน้อยก็ดี”“ข้ากลับคิดว่าไม่จำเป็น” หูจวิ้นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็รู้สึกขายหน้า “หากนางมีความเคลื่อนไหวอะไร ข้าย่อมสัมผัสได้ อีกทั้งบางทีนางอาจจะไม่พบ