ฝ่ฝ่ายใด แต่จะไม่พูดถึงเรื่องในวันนี้ ถือว่าเป็นการพบปะส่วนตัว เป็นอย่างไร”“ข้า…” ซีหวังหมู่อยากจะด่า รู้สึกว่าเมซิดีจอมเจ้าเล่ห์คนนี้คือตัวสร้างปัญหาดีๆ นี่เองแต่อินหลิวเฟิงก็ยกจอกสุราขึ้นมาแล้ว “ย่อมได้ ค้าขายไม่สำเร็จมิตรภาพยังอยู่ ต่อไปหากดยุคทั้งสองเปลี่ยนใจก็มาหาพวกเราได้เสมอ แต่เงื่อนไขคือเรื่องในวันนี้ต้องกลืนลงไปในท้องเหมือนกับที่กลืนสุรานี้”“ดี” เมซิดีชนแก้วกับอินหลิวเฟิงทันทีแม้ดัสเชสเยี่ยเฮ่อจะไม่พอใจ แต่ดยุคทั้งสี่ก็มีกฎที่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนกัน ขอเพียงไม่ทรยศต่อแสงสว่าง สิ่งที่คุยกันในการพบปะส่วนตัวก็ห้ามปล่อยออกไป ดังนั้น… ท้ายที่สุดเยี่ยเฮ่อก็ยกแก้วขึ้นดื่มไวน์ลงไป และไวน์แก้วนี้อันที่จริงถึงจะเป็นจุดประสงค์ของอินหลิวเฟิง การตระเวนเที่ยวพูดโน้มน้าวดยุคทั้งสองก็แค่ส่วนเสริม ทว่า… เมื่อทั้งสี่เพิ่งดื่มไวน์เสร็จก็สัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งปกคลุมบนปราสาทลาซิน่า
ในขณะเดียวกัน อินหลิวเฟิงยังแสดงสีหน้าเหมือนคาดเดาได้แต่แรกแล้ว “ราชสำนักลงมือแล้ว หากข้าน้อยเดาไม่ผิด ราชสำนักจะเชิญทุกท่านเข้าไปในปราสาทแอตแลน แต่ดยุคลาซิน่าท่านวางใจพลังของพวกเราจะปกป้องท่าน”เมื่อพูดจบ อินหลิวเฟิงก็ไม่พล่ามไร้สาระอีก “ไป” หากไม่ไปอีกก็คงไปไม่ได้แล้วซีหวังหมู่และเทพอัสนีก็ไม่รีรอ พวกมันพาอินหลิวเฟิงจากไปทันทีต่อจากนั้น… เสียงของผู้เฒ่าฟันทองริกเกิร์ตก็ดังขึ้นพร้อมปรากฏตัว “ดยุ