หลังจากเลือกเรือนพักได้แล้ว
“พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนกันให้ดีนะ!”
จางอวิ๋นอยู่ได้ไม่ถึงสองนาที ก็หันมาบอกศิษย์ทั้งสามด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์จะออกไปเดินดูของข้างนอกสักหน่อย เผื่อมีอะไรดีๆ ติดไม้ติดมือกลับมาบำรุงพวกเจ้า!”
พูดจบไม่รอให้ลูกศิษย์ตอบรับ ร่างของเขาก็พุ่งวาบหายออกไปจากเรือนพักราวกับภูตพราย
อู๋เสี่ยวพั่งมองตามตาละห้อย บ่นอุบอิบ “อาจารย์นี่จริงๆ เลย นานๆ ทีจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาแท้ๆ ไม่คิดจะพาข้าไปเดินเล่นด้วยสักนิด!”
เมื่อหันไปเห็นสวีหมิงกับอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ยังคงนิ่งเงียบ เขาเลยอดถามไม่ได้ “ศิษย์พี่ ศิษย์น้อง พวกเจ้าไม่อยากออกไปเดินเที่ยวบ้างเหรอ?”
สวีหมิงส่ายหน้าเรียบๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิบนเบาะฟาง เริ่มเข้าฌานฝึกฝนทันทีโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ส่วนอวี๋สุ่ยเอ๋อร์เพียงส่ายหน้า เดินนวยนาดไปที่สระบัวหลังเรือนพัก แล้วเริ่มวักน้ำเล่นอย่างสบายใจ สำหรับนาง การออกไปเดินเบียดเสียดกับผู้คนเหม็นเหงื่อ สู้เล่นน้ำอยู่ในเรือนเงียบๆ ไม่ได้!
อู๋เสี่ยวพั่ง “……”
…
“ถนนหนานเป่า!”
ยืนอยู่หน้าซุ้มประตูถนนที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ราวกับสายน้ำ จางอวิ๋นลูบปลายคางพลางครุ่นคิด
“แดนสวรรค์นักล่าสมบัติ… ไม่รู้ว่าเนตรสวรรค์จะใช้กับที่นี