ยามนี้
“ว่าแต่เมื่อกี้… เหมือนเสียงจะดังไปหน่อย ข้างนอกคงไม่เป็นไรกระมัง?”
จางอวินฉุกคิดขึ้นได้ จึงรีบแผสัมผัสวิญญาณออกไปนอกถ้ำเพื่อสำรวจสถานการณ์
เดิมทีสัมผัสวิญญาณของเขาจับได้เพียงกลิ่นอายจางๆ ในระยะใกล้ แต่บัดนี้เมื่อแผออกไป มันกลับทรงประสิทธิภาพอย่างก้าวกระโดด
ไม่ใช่แค่จับกลิ่นอายสิ่งมีชีวิตได้ แต่ยังสามารถมองเห็นรูปร่างได้ชัดเจนในห้วงความคิด
แม้กระทั่งมดตัวน้อยที่เดินไต่หน้าถ้ำ ก็ยังปรากฏชัดเจนในสมองราวกับมองผ่านแว่นขยาย
ทะลวงสู่ระดับจินตาน จิตวิญญาณก็แข็งแกร่งขึ้นคนละชั้น!
“หือ?”
ทันทีที่สัมผัสวิญญาณแผขยายออกไป เขาก็ปะทะเข้ากับกลิ่นอายอันทรงพลังระลอกแล้วระลอกเล่าที่ลอยตัวอยู่นอกยอดเขาลำดับเก้า
แต่เมื่อกระทบเข้ากับกลิ่นอายระดับสูงเหล่านั้น สัมผัสวิญญาณของเขาก็ถูกสะท้อนกลับ ไม่อาจเจาะเข้าไปสำรวจรายละเอียดได้
รู้สึกเพียงเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับกองเพลิงยักษ์หลายกอง โดยเฉพาะสองกองเพลิงที่ลุกโชนรุนแรงที่สุดจนน่าหวาดหวั่น!
เขาไม่รอช้า พุ่งทะยานออกจากถ้ำทันที
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตา คือร่างของเจ้าสำนักหลิงเซียนและเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังเหยียบกระบี่ลอยตัวอยู่เหนือยอดเขาลำดับเก้า
สายตาจดจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว กลิ่นอายทรงพลังสองสายที่จับได้เมื่อครู่ก็คือเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสสามเฟิงหยวนนั่นเอง
เขาไม่รอช้า รีบลอบโคจรเคล็ดวิชาเนตรเซียนเพ่งมองไปที่ทั้งสองทันที
ข้อมูลชุดหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตา