ผ่านไปสองนาทีเต็ม สวีหมิงและอู๋เสี่ยวพั่งจึงเร่งรุดมาถึงไล่เลี่ยกัน
เมื่อเห็นอวี๋สุ่ยเอ๋อร์กำลังเหาะเหินเดินอากาศโฉบไปมาด้วยความตื่นเต้น ทั้งสองต่างหันมาสบตากันแล้วยิ้มเจื่อน
ศิษย์น้องผู้นี้ภายนอกดูอ่อนหวานเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ แต่พอเอาจริงเข้าสักเรื่อง ไม่ว่าจะด้านไหนก็น่าหวาดหวั่นจนขนลุก!
ขนาดเรื่องการควบคุมกระบี่บิน พวกเขาเร่งความเร็วสุดชีวิตจนแทบรากเลือด ก็ยังตามหลังนางไม่เห็นฝุ่น!
“เจ้าอ้วน เจ้ามาถึงคนสุดท้าย วิ่งรอบยอดเขาเจ้าสำนักสิบรอบ… เดี๋ยวนี้!”
จางอวิ๋นปรายตามองอู๋เสี่ยวพั่ง น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง
“ห๊ะ?”
อู๋เสี่ยวพั่งอ้าปากค้าง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาดุคมกริบของจางอวิ๋น ก็ได้แต่คอตกก้มหน้าก้มตาวิ่งออกไปอย่างจำยอม
“สุ่ยเอ๋อร์ ลงมาได้แล้ว!”
จางอวิ๋นเรียกอวี๋สุ่ยเอ๋อร์ลงมาจากเวหา ก่อนจะนำศิษย์ทั้งสามมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาเจ้าสำนัก เพื่อรับรางวัลหินวิญญาณจากการประลองศิษย์ที่คลังสมบัติ ในฐานะผู้อาวุโสอันดับหนึ่ง เขาก็ได้รับส่วนแบ่งมาสามพันก้อนเช่นกัน
เขาไม่รอช้า แบ่งหินวิญญาณสามพันก้อนนี้แจกจ่ายให้ลูกศิษย์คนละหนึ่งพันทันที ถือเป็นรางวัลพิเศษปลอบใจ
เมื่อลงมาถึงตีนเขา อู๋เสี่ยวพั่งที่วิ่งเสร