งก่อนสิ่งใด จากนั้นนางก็ต้องขมวดคิ้วเพราะพบว่า “ยังคงไม่สามารถฟื้นฟูพลังที่เจ้าสูญเสียไปได้อยู่ดีสินะ”ส่วนเยี่ยนเสี่ยวเป่า แสงหลากสีที่เข้าไปในร่างกายของเขาไม่ได้หายไปไหน แต่กลับวนเวียนอยู่ในร่างกายน้อยๆ ของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขากลายเป็นเด็กน้อยที่เปล่งแสงประกายได้อีกครั้ง“เอ๋?” เด็กน้อยมองมือและเท้าอวบอ้วนของตนอย่างตะลึงงัน เขามองสลับไปมาเช่นนี้อยู่หลายครา เรียกสติกลับมาไม่ได้เลย คงเป็นเพราะ ‘หลงในความสวย’ ของตนเอง ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็เป็นเด็กน้อยงดงามที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์หลากสีได้“ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้” หรงอี้กลับไม่สนใจพลังของตนที่สูญเสียไป ถึงอย่างไรเขาก็มีอายุขัยยืนยาว หายไปส่วนหนึ่งก็ไม่เป็นอะไร
ค่อยๆ ชดเชยกลับมาในวันข้างหน้าก็ย่อมได้ แต่เด็กน้อยคนนี้…เหมือนกับว่าจะมีขนอ่อนงอกขึ้นมาแล้วเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กำลังเกาศีรษะตนเองก็พบว่าศีรษะที่ตนรู้สึกคันนั้นเหมือนจะมีอะไรงอกขึ้นมา จากนั้นดวงตาเขาก็เป็นลุกวาวส่งเสียงหน่อมแน้มว่า “พ่อดูเป่าสิ! ผมงอกแล้วใช่หรือไม่!”“อืม” หรงอี้พยักหน้า เขาเห็นว่าศีรษะที่แต่เดิมแวววาวของเด็กน้อยปรากฏขนอ่อนขึ้นอีกครั้ง ตัวของเด็กน้อยก็ดูโตขึ้นเล็กน้อย“ว้าว…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ได้รับการยืนยันรู้สึกมีความสุขมาก เขายิ้มร่าพลางลูบศีรษะของตนเอง “ผมๆ! เป่ารักผมๆ! แม่… แม่… แม่…”“ว่าไงจ๊ะ” เยี่ยนอวี๋ถามพร้อมรอยยิ้ม มือข้างหนึ่งก็ลูบเด็กน้อยน่าเอ็นดูตรงหน