งฟูขึ้นมาทุบตีอย่างเชื่อฟังแล้วเยี่ยนอวี๋จึงแนะนำ “เจ้าตัวน้อยคนนี้ก็คือลูกข้าเอง”“จริงด้วย! จริงด้วย! มิน่าจึงฉลาดเฉลียวเกลี้ยงเกลาเช่นนี้!” เทพอัสนีแสดงท่าที ‘ข้ารู้แต่แรกแล้ว’แต่ครานี้เด็กน้อยไม่ชอบฟังคำชมคำนี้ เขารีบเบนความสนใจมาแก้ให้ว่า “ไม่ เกลี้ยง! ผมเป่าจะงอก!”“พรวด!” เยี่ยนอวี๋หัวเราะทันที นางเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยน่าเอ็นดูเข้ามาในอ้อมอกแล้ว “ใช่จ๊ะใช่ ผมของเสี่ยวเป่าของเราต่อไปก็จะสวยเหมือนท่านพ่อรูปงาม นอกจากดกดำแล้วยังเปลี่ยนสีได้ด้วย”“ใช่!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตอบอย่างหนักแน่น!เทพอัสนีกลับคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา “นายท่าน ข้าน้อยมีเรื่องรายงาน!”“ว่ามา”“ข้างใต้แดนมืดนิรันดร์แห่งนี้เหมือนว่าจะมีสิ่งไม่ชอบมาพากล”เทพอัสนีขยายความว่า “เมื่อสามหมื่นปีก่อน แม้เหตุผลที่ข้าน้อยมา
เมืองต้าจ้างฟูจะเป็นเพราะกระบี่ไท่ชาง แต่ข้าน้อยกลับไม่ได้ถูกซุ่มโจมตีเพราะตามหากระบี่ แต่เป็นเพราะที่นี่มีกลิ่นอายของท่านหนาแน่น!”เยี่ยนอวี๋เข้าใจประเด็นปัญหาทันที “เจ้าหมายความว่า กลิ่นอายเหล่านั้นรุนแรงจนทำให้เจ้าคิดว่าข้ายังไม่ตาย ข้ายังอยู่ข้างใต้สถานที่แห่งนี้”“ใช่แล้ว!” เทพอัสนีพยักหน้า “แต่เมื่อข้าน้อยลงมา…”“ก็ถูกตอกจนเป็นรังแตน” ซีหวังหมู่พูดต่อจากเทพอัสนี“เป็นดังเช่นนั้น จากนั้นกลิ่นอายของนายท่านก็ยังไม่สลายไปไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับเงียบสงัดไร้ความเคลื่อนไหว ทำให้ข้าน้อยรู้สึกท้อแท้” เมื่อแรก