ี้ยกล่อมซีเหอโมโหจนปวดเศียรเวียนเกล้า รู้สึกเหมือนกับว่าหากนางถือโทษโกรธเขา นางจะเป็นฝ่ายผิดอย่างนั้น เพียงเพราะว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นเฒ่าไร้เหตุผลที่เทพทุกองค์รู้จักดี นางจึงต้องยอมเขางั้นหรือ?มหาเทพเบิกฟ้ายังดึงดันพูดต่ออย่างไร้สามัญสำนึกว่า “ฮึ! อย่าหาว่าข้าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ถ้าเทียนโฮ่วท่านเก่งจริง เทียนตี้จะไปกักตนอยู่ทุกวันหรือ”“ข้า…” ซีเหอรู้สึกว่าเทพเบิกฟ้าองค์นี้ท้าทายความอดทนของนางชัดๆ!“เทพเบิกฟ้าเจ้าพูดน้อยๆ หน่อย!” มหาเทพหลันเย่ว์ก็รู้สึกว่ามหาเทพเบิกฟ้าพูดเกินไปแล้วมหาเทพเบิกฟ้าก็หยุดพูดจริงๆ เขาสะบัดแขนเสื้อจากไปทันที“หากผู้เป็นแบบอย่างของข้าอยู่ด้วย ฝ่าบาทจะต้องเข้าปราชุมยามเช้าทุกวันอย่างเชื่อฟังแน่นอน! ไม่มีทางลอยละล่องอยู่ทุกวันหรอก”เสียงพึมพำเสียงดังนี้ทำเอาซีเหอโมโหจนใกล้เป็นบ้าแล้วจริงๆ…“บัดซบ! หยามกันมากเกินไปแล้ว!” ซีเหออยากจะลงโทษมหาเทพเบิกฟ้านัก! พูดเกินไปแล้ว!
ทว่าทัวถ่าเทียนอ๋องจำเป็นต้องเตือนว่า “เหนียงเหนียง ช่างเถิดแม้แต่เวลาอยู่ต่อหน้าฝ่าบาทมหาเทพเบิกฟ้ายังเป็นเช่นนี้ ฝ่าบาทยังยกย่องเขาที่สืบทอดท่าทีของเหล่าขุนเขาและท้องทะเล ห้ามผู้ใดข่มเหงรังแกเขาเพราะเขาปากร้าย เฮ้อ…”ตู้ม! ซีเหอรู้สึกว่าเปลวไฟในใจของตนเองระเบิดขึ้นมาบนศีรษะเดือดพล่านเป็นไฟ! แต่นางทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่เช่นนั้นก็ถือว่านางข่มเหงรังแกมหาเทพเบิกฟ้าทว่าสิ่งที่ทำให้ซีเหอสบายใจในทันทีคือ