่นนั้น” ซีเหอจำเป็นต้องย ้า มิเช่นนั้นจะเหมือนกับว่านางใจแคบ คิดว่ามหาเทพเบิกฟ้าจงใจกลั่นแกล้งนางจริงๆ แม้นางจะคิดเช่นนั้นจริงๆ ก็ตามมหาเทพหลันเย่ว์ก็มิได้ตำหนิเทียนโฮ่ว “เหนียงเหนียงไม่เข้าใจเขาผิดก็ดีแล้ว”“ทำไม…” ซีเหอขานตอบอย่างนุ่มนวล แต่ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์มากครานี้เองมหาเทพเบิกฟ้าก็เอ่ยขึ้นว่า “หลันเย่ว์ เจ้ามิต้องพูดแทนข้า!”มหาเทพหลันเย่ว์ “…”ตาแก่นี่สักวันคงต้องตายเพราะอารมณ์ร้ายของตนเองเป็นแน่
มหาเทพเบิกฟ้าที่ปรากฏตัวอีกครั้ง นอกจากคำพูดก่อนหน้าของเขาจะทำให้ซีเหอไม่พอใจอีกครา คำพูดหลังจากนั้นกลับเป็น‘ข่าวดี’ “พอแล้ว พวกเจ้าอย่าร้อนรนเลย อีกหนึ่งถ้วยชาค่ายกลย้ายมิติก็จะกลับมาใช้งานได้ปกติแล้ว”“เช่นนั้นย่อมดี” ซีเหอพยักหน้าถอนหายใจเบาๆ นางรู้สึกสบายใจขึ้น และราวกับว่าจะไม่ได้ถือสากับความไร้มารยาทของมหาเทพเบิกฟ้ามหาเทพที่เหลือรู้สึกตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย “ในเมื่อค่ายกลย้ายมิติเป็นปกติแล้ว เผ่ามารแดนมืดก็สามารถขึ้นมาได้ ทุกท่านโปรดระวังตัวด้วย”“ฮึ!” ปัวเหร่อเทียนอ๋องกลับไม่คิดเช่นนั้น “เผ่ามารแดนมืดถูกเหล่าขุนเขาและท้องทะเลที่นำโดยปฐมราชินีกวาดล้างสิ้นซากตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อน สิบสองเทพมารก็ตายจากไปโดยไร้ทายาทสืบสกุล มิต้องกลัวหรอก”“แม้เป็นเช่นนั้น แต่เทพตกสวรรค์และซื่อฝานเทียนอ๋องล้วนตายจาก” ซีเหอย ้าเตือน “ไม่ว่าทุกท่านจะมองเผ่ามารแดนมืดอย่างไรบัดนี้เรื่องที่เผ่ามารแดนมื