สี่ยวเป่ากอดคอท่านแม่ของเขาไว้แน่น น ้าตาเม็ดใหญ่ร่วงลงมาไม่หยุด “แม่ไม่ ไม่ร้อง เป่า ปวดใจ”เยี่ยนอวี๋ “…”นางกอดเด็กน้อยในซอกคอไว้ ทันใดนั้นก็รู้สึกทั้งอยากร้องไห้และอบอุ่นใจต้าซือมิ่งปลอบสองแม่ลูก “ทั้งสองไม่ต้องร้องแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว”“แงงงง…”เยี่ยนเสี่ยวเป่ากลั้นไม่อยู่ “เป่ากลัวกลัว”“พ่ออยู่ เจ้ากลัวอะไร” ต้าซือมิ่งถามกลับเยี่ยนเสี่ยวเป่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ไม่รู้สึกกลัวแล้ว เขายื่นมือออกไปอีกครั้ง ทำท่าจะกอดท่านพ่อเขาเข้ามาด้วยกัน ตัวเล็กแต่ใจยังใหญ่…แต่ไม่ว่าเยี่ยนอวี๋หรือต้าซือมิ่ง พวกเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดีทั้งสองถูกเด็กน้อยกอดไว้ด้วยกัน และยังกอดคอของกันและกันไว้…
“…” อินหลิวเฟิงที่เห็นถึงตรงนี้ เขาก็ลูบหน้าอกตนเอง รู้สึกชีวิตช่างพลิกผันแปรปรวน เพียงเมื่อครู่นี้นั้น เขาคิดว่าตนเองต้องตายแล้ว เพราะว่าสัญญาพิเศษที่ทำไว้ อินหลิวเฟิงเป็นผู้ที่รับรู้ได้ดีที่สุดว่าเมื่อครู่นี้เด็กน้อยอยู่ใกล้ความตายเพียงใด! สัญชาติญาณบอกเขาว่าเขาต้องตายแน่นอนความรู้สึกที่ถูกความตายหมายหัวไว้ บัดนี้อินหลิวเฟิงคิดย้อนไปแล้วก็รู้สึกขนหัวลุก น่ากลัวเกินไปแล้ว… ที่สำคัญคือตกอยู่ในสภาพที่ไม่มีทางแปรเปลี่ยนเหตุการณ์ที่ต้องตายแน่ๆ“คุณชายน้อย…” เม่ยเอ๋อร์ที่ตกใจเช่นกัน นางบีบมือตนไว้แน่นจนเลือดออก “คุณหนูใหญ่…” นางรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่นี้คุณหนูใหญ่เกือบจะ…เป็นครั้งแรกที่เม่ยเอ๋อร์ไม่กล้าคิดต่อไป นางมอ