ินด้านนอก เจียงผิงอันเดินออกมาพลางคุยกับอวิ๋นเหยาภายในกาย “ผู้อาวุโส ลบตราจิตสัมผัสบนกระบี่นี้แล้วเผ่นกันเถอะ”
แม้เขาจะลบตราจิตสัมผัสเซียนบนศาสตราเซียนมิได้ แต่อวิ๋นเหยาทำได้
“ดูความใช้ไม่ได้ของเจ้าสิ แค่กระบี่เซียนเล่มเดียวเอง เจ้าในยามนี้แสร้งทำเป็นศิษย์ของคนผู้นี้ไปดี ๆ ก่อน อย่าคิดเรื่องหนี ฝึกฝนความคิดให้ดี”
อวิ๋นเหยาตำหนิเจียงผิงอันเป็นชุด
เจียงผิงอันไหวไหล่อย่างอับจน เดินออกนอกร้านไป
“อาจารย์ปัวจะไปไหนหรือ?” เป้าจือเห็นเจียงผิงอันเดินออกมา ก็รีบสาวเท้าตามไปถาม
“อาจารย์ให้ข้าออกไปตรวจสอบว่าใครใส่ร้ายร้านเราน่ะ”
เรื่องเช่นนี้มิใช่ความลับ เจียงผิงอันจึงไม่ปิดบัง
“ข้าจะไปด้วย เพิ่มหนึ่งคนก็มีคนช่วยคิดนะ” เป้าจือเดินตามไป
“เจ้ามิต้องรับแขกในร้านหรือ?”
“อวตารอยู่ในร้าน ไม่เป็นไรหรอก” เป้าจือขำคิกเบา ๆ
ผู้ฝึกตนระดับนี้สร้างอวตารพลังได้ง่ายมาก บางคนอยู่ฝึกฝนที่บ้าน ส่งอวตารออกสัญจรเข้าสังคมก็มี
เป้าจือกลัวเจียงผิงอันจะไล่นาง จึงรีบช่วยเจียงผิงอันวิเคราะห์“หากมองภาพรวม คนที่ชอบทำเรื่องเช่นนี้จะเป็นผู้มีส่วนแบ่งทางการตลาด หรือก็คือเป็นร้านขายอาวุธวิเศษเหมือนเรา”
“เมื่อครู่ยามข้าช่วยอาจารย์ซื้อหินแร่ลายมังกร ข้าพบว่าแถวนี้มีร้านขายอาวุธวิเศษหลายสิบร้าน รวมทั้งหมดแล้ว มีสามร้านที่โด่งดังกว่าใคร ไม่กลัวชื่อเสียงของปรมาจารย์เซียนจากสำนักร้อยศาสตรา”
“ผู้ที่มาหาเรื่องกันน่าจะอยู่ในสามร้านนี