ผูเอ้อตัวและท่านเทพอี้หยาง คนแรกยังดีเมื่อเขาพบว่าตนเองถูกแรงกดดันกดทับจนไร้เรี่ยวแรงต่อต้านก็ไม่คิดจะขัดขืนต่อไปแล้ว ถึงอย่างไรองค์หญิงเจ็ดก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงยอมแพ้ที่จะดิ้นรนแล้วแต่ท่านเทพอี้หยางไม่เหมือนพวกเขา “พวกเจ้าบังอาจ! อย่ามาแตะต้องตัวข้า!”
“ข้าน้อยไม่อยากจะแตะต้องตัวท่านแม้แต่น้อยเลยนะขอรับ!” จางเจ๋อเหอเทพไร้ประโยชน์กล่าวน ้าตาคลอ “ข้าน้อยก็ถูกบีบบังคับ ท่านเทพก็ใจกว้างหน่อยเถิดขอรับ อย่ากล่าวมากเลย ดูเทพต้นไม้เป็นตัวอย่างบ้าง”“ออกไป!” ท่านเทพอี้หยางโกรธกริ้ว “บอกว่าอย่าแตะตัวข้า!”“ข้าน้อยก็ช่วยไม่ได้ขอรับ” เนื่องจากจางเจ๋อเหอมีประสบการณ์แล้ว เขาจึงมัดได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อท่านเทพอี้หยางเห็นว่าบุตรชายของตนถูกเทพชั้นผู้น้อยที่ไร้ประโยชน์ย้ายออกไป นางก็ถูกมัดอย่างแน่นหนาหลายเงื่อนแล้วความโมโหและความละอายใจมิอาจบรรยายออกมาได้ “บัดซบ!บัดซบ! พวกเจ้ามันบัดซบ!”ท้ายที่สุดแล้ว… จิ่วอิงที่ลากเชลยศึกทั้งยวงอย่างคล่องแคล่วมาก็ปรากฏข้างหน้าท่านเทพอี้หยาง “เร็วเข้า! นังแก่คนนี้ปากเหม็นที่สุดผูกไว้กับปู่จิ่วก่อนเลย ให้ปู่จิ่วจัดการก่อน”“ได้เลย!” เทพไร้ประโยชน์จางเจ๋อเหอเองก็รู้สึกว่าท่านเทพอี้หยางพูดมากเกินไปแล้ว ดูสิ องค์หญิงเจ็ดถูกมัดยังไม่พูดอะไรเลย นางน่ะพูดมากที่สุดเลย น่ารำคาญ!“ให้ตายเถอะ!” เมื่อท่านเทพอี้หยางเห็นจิ่วอิง ย่อมคิดถึงฉากที่เห็นเมื่อครั้นเพิ่งมาถึงเมืองไป๋เฟิง นาง