และในบัดนี้ ซีเหอที่เยี่ยนอวี๋นึกถึงก็เพิ่งเรียกพบท่านเทพอี้หยางฝ่ายหลังยังคงไม่รู้ว่าเยี่ยนชื่อเฟิงบุตรชายที่นางเป็นห่วงเป็นใยตายจากไปแล้ว ดังนั้นความคิดทั้งหมดของท่านเทพอี้หยางในยามนี้จึงยังจดจ่ออยู่ที่การช่วยสืบข่าวให้ท่านพี่ นางกำลังคารวะอย่างมีมารยาทกล่าวว่า “อี้หยางคารวะเทียนโฮ่วเหนียงเหนียง ขอเหนียงเหนียงทรงพลามัยสมบูรณ์เพคะ”“ลุกขึ้นเถิด” เทียนโฮ่วซีเหอเอ่ยอย่างนุ่มนวล ยังสั่งคนให้จัดแจงและดูแลที่นั่งและน ้าชาให้ท่านเทพอี้หยาง จากนั้นก็กล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “นานๆ ทีอี้หยางจะมาสวรรค์ชั้นเก้า ควรมาค้างที่นี่กับท่านพี่ของเจ้าสักสองสามวัน”“อี้หยางก็อยากเพคะ แต่จะทำอย่างไรได้ ยังมีบุตรชายไม่เอาไหนอยู่คนหนึ่ง วางใจลงไม่ได้จริงๆ เพคะ พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปแล้วเพคะ”เมื่อท่านเทพอี้หยางพูดถึงบุตรชายเจ้าปัญหา นางก็กล่าวจากใจจริงเทียนโฮ่วซีเหอได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจยิ่งนัก “โลกมนุษย์มักกล่าวกันว่า บุตรคือหนี้ เห็นจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ”“องค์หญิงเจ็ดน่ารักและเฉลียวฉลาด เหนียงเหนียงกล่าวเกินไปแล้ว” ท่านเทพอี้หยางทอดถอนใจพลางกล่าวอย่างจริงใจว่า “หากจอมก่อปัญหาชื่อเฟิงของหม่อมฉันฉลาดได้เพียงหนึ่งส่วนขององค์หญิงเจ็ด หม่อมฉันก็คงต้องปลุกตัวเองตื่นจากภวังค์แล้ว”
“ชีเอ๋อร์น่ารักและและฉลาดหรือ ฮึ” เทียนโฮ่วนวดหว่างคิ้วสองสามที “หากนางฉลาดจริงๆ เรื่องงานสมรสคงไม่ปล่อยจนถึงทุกวันนี้ยังกำหนดมิไ