แต่ความจริงก็เป็นดังเช่นนี้ อีกทั้งเท่านี้ยังไม่พอ
สิ่งที่ทำให้ทุกคนในเหตุการณ์ตะลึงที่สุดคือ เมื่อเยี่ยนอวี๋เปล่งเสียงอันเย็นชาขึ้นว่า“ออกไปซะ!”ซู่!ซู่ๆๆ!…รากของเมืองทั้งเมืองก็พลันล่าถอย! การโจมตีที่เกิดขึ้นจากเมืองสวรรค์ก็ย่อมหายไปพร้อมกันไม่เพียงเท่านี้ ต้นไม้โบราณไป๋เฟิงสีขาวมโหฬารที่งอกเงยขึ้นในเมืองราวกับเป็นเทพพิทักษ์เมืองไป๋เฟิงก็แห้งเหี่ยวหายไป แม้แต่เงาก็ไม่มีให้เห็นครานี้อย่าพูดถึงเลยว่าท่านเทพซ่านเฉิงตะลึงงันเพียงใด ท่านเทพผิงเฉิงที่ระเบิดพลังสุดกำลังกระตุ้นพลังการโจมตีทั้งหมดของเมืองสวรรค์ก็ยิ่งงงงันจนเบิกตาโพลง “เป็นไปได้อย่างไร!?”“ไป๋เฟิง!” ท่านเทพผิงเฉิงที่ไม่เชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขาก็พยายามกระตุ้นและสื่อสารกับมันอีกครั้ง ทว่าเมืองไป๋เฟิงไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆเยี่ยนอวี๋จ้องท่านเทพผิงเฉิงอย่างเยือกเย็น “เจ้าน่ะหรือ คู่ควรกับไม้โบราณเมืองสวรรค์”
เมื่อสิ้นเสียงนาง… เหล่าปราชาเมืองสวรรค์ในเหตุการณ์ไม่น้อยก็อึ้งงันท่านเทพซ่านเฉิงสีหน้าซีดเผือด “…เจ้า เจ้าทำอะไรลงไป”“เจ้าคือปีศาจต้นไม้?!” ท่านเทพผิงเฉิงทึกทักไปเองว่าตนเดาตัวตนของเยี่ยนอวี๋ถูก เพราะนอกจากสิ่งมีชีวิตประเภทปีศาจไม้แล้วเขาก็คิดไม่ออกอีกว่ายังมีผู้ใดสามารถทำให้ไม้โบราณพิทักษ์เมืองไป๋เฟิงเหี่ยวเฉาลงได้แต่โดยทั่วไปแล้วปีศาจต้นไม้จะปรากฏตัวในสวรรค์ชั้นเก้า เป็นพลเมืองของเมืองเทพเซวียนมู่ บรรพบุรุษคือผูถีเทียนอ