วว” เยี่ยนเสี่ยวเป่าหายแค้นชั่วคราว “อิงอิงเก่ง!”จิ่วอิงหงุดหงิด “บอกแล้วว่าอย่าเรียกอิงอิง เจ้าต้องเรียกข้าว่าปู่ทวดจิ่ว!”“อิงอิง!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดึงดันเรียกเหมือนเดิมจิ่วอิง “…”เขารู้ว่าไม่ควรถือสากับทารกน้อย โดยเฉพาะทารกน้อยตระกูลหรงทว่าองครักษ์เมืองไป๋เฟิงที่เพิ่งได้สติจากอาการตกตะลึงที่อาวุธถูกทำลายพลันหน้าเปลี่ยนสีและตวาดใส่ว่า “บัดซบ! พวกเจ้าบังอาจขัดขืนงั้นหรือ!?”
นี่เป็นตัวปัญหาที่พวกเขาไม่เคยพานพบมาก่อนตั้งแต่ปฏิบัติภารกิจมา ทำเอาองครักษ์ยี่สิบกว่าองค์ตะลึงงัน แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขามิอาจรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามได้เช่นเดียวกับเทพไร้ประโยชน์สององค์เมื่อก่อนหน้านี้ประเด็นคือพวกเขาคิดว่ามีเมืองไป๋เฟิงคอยหนุนหลังจึงไม่มีสิ่งใดต้องเกรงกลัว! ดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวต่อไปว่า “พวกข้าจะให้ทางเลือกแก่พวกเจ้า คุกเข่ายอมแพ้เสีย! มิเช่นนั้นอย่าหาว่าพวกข้าทำเกินเลย ให้พวกเจ้าไม่ตายดี!”เพราะประโยคนี้…“ก็ได้!” จิ่วอิงทนไม่ไหวแล้ว เขาเผยศีรษะทั้งเก้าออกมา พุ่งเข้าไปสังหารองครักษ์กว่ายี่สิบองค์ทันที “ไว้หน้าแล้วไม่รับไว้! ถึงแม้ปู่จิ่วจะไม่ชอบกินเทพ แต่ก็ฝืนกินได้”จิ่วอิงเพิ่งพูดจบก็กัดองครักษ์คนหนึ่งเข้าเต็มคำ ฝ่ายหลังเจ็บจนร้องตะโกน! เม่ยเอ๋อร์ชักดาบเล่มใหญ่ออกมาเขกศีรษะของจิ่วอิงด้วยสันดาบ “คุณหนูใหญ่บอกให้เจ้ากินหรือ”“โอ๊ย!” จิ่วอิงที่ถูกเขกจนหงุดหงิดแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย ศี