ืม” ต้าซือมิ่งถือโอกาสสอนเด็กน้อยที่เข้าอกเข้าใจ เขาบอกเด็กน้อยอย่างจริงจังว่า “ดังนั้นหากไม่ใช่เพราะรักเสี่ยวเป่ามาก ท่านแม่เจ้าคงไม่คลอดเจ้าออกมา”เยี่ยนเสี่ยวเป่าน ้าตารื้นในทันใด เขากอดท่านพ่อไว้แน่น “เป่าปวดใจ”จิ่วอิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินถึงตรงนี้ก็อดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “เจ้าตัวเล็กรู้ด้วยหรือว่าปวดใจคืออะไร”“รู้สิ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจ้องจิ่วอิงเขม็ง แย้งกลับไปว่า “เป่ารู้!”
จิ่วอิงบิดศีรษะทั้งเก้าของมันก่อนจะพูดอย่างส่งๆ ว่า “ก็ได้ เจ้าบอกว่ารู้ก็รู้”“เชอะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ดูออกว่าจิ่วอิงกำลังตอบอย่างส่งๆ ก็ชี้นิ้วชี้ออกไป “อิงอิงไม่ดี! ไม่เชื่อเป่า! ไม่ ไม่รักเจ้า!”“จิ๊บ!” ลูกไก่จิกจิ่วอิงทีหนึ่งอย่างแค้นเคืองด้วยทันทีซี๊ด! จิ่วอิงอยากจะซัดลูกไก่ที่ไม่รู้ฟ้าสูงดินต ่าตัวนี้จริงๆ! กล้าดีอย่างไรมาจิกมัน เบื่อโลกแล้วหรือไร!แต่แล้วจิ่วอิงที่ขยับหางหนามเล็กน้อยก็อดกลั้นอารมณ์ของตนไว้และยังพูดอย่างดุดันว่า “ไปให้พ้น ไม่เช่นนั้นจะถูกข้า ปู่ของเจ้ากินเอาแล้วอย่ามานั่งร้องไห้นะ!”“อิงอิงไม่ดี!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตำหนิ! และยังทำท่าจะไปหยิกจิ่วอิงด้วยแต่เยี่ยนอวี๋ในบัดนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแล้ว รอบกายของนางมีหมอกควันสีม่วงหม่นอันลึกลับไหลออกมา ภาพม้วนที่มีภูเขาและทะเลราวกับภาพม้วนขุนเขาและท้องทะเลอันเลือนรางปรากฏขึ้นกลางอากาศด้านหลังนางราวกับเป็นของจริง นี่มัน…“นี่ไม่ใช่ภาพม้วนขุนเขาแ