ตำหนักซือมิ่งมา เขาก็ว่างมากจริงๆ ถึงอย่างไรคนที่เขาต้องไปต้อนรับด้วยตนเองก็ไม่มีอยู่แล้วเขาจึงอุ้มเด็กน้อยปีนหน้าต่างมาหาภรรยา บัดนี้หลังจากถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้วก็ยังหน้าด้านอยู่ต่อไป แต่ว่า… ต้าซือมิ่งที่โอบภรรยา
ที่กำลังจะตกเป็นของตนเองแล้วยังคงรู้สึกกังวลเรื่องหนึ่ง เขาสำรวจตรวจสอบตนเองอีกครั้งพบว่าเขายังอยู่ในร่างพรหมจารีจริงๆ!ดังนั้น… “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์” ต้าซือมิ่งที่จูบจอนผมของภรรยาเบาๆอดถามไม่ได้ว่า “เจ้าจำเรื่องคืนนั้นของเราไม่ได้จริงๆ หรือ”เยี่ยนอวี๋ขดตัวเล็กน้อย มุดศีรษะเข้าไปในซอกคอของชายคนนี้พูดพึมพำว่า “จำไม่ได้!”“แล้วเจ้าร้อนตัวทำไม” ต้าซือมิ่งที่คิดว่าจำเป็นต้องถามให้รู้เรื่องก็จับใบหน้าที่ซบอยู่ในซอกคอของเขาออกมา เห็นขนตายาวงอนของนางหลุบลงเล็กน้อย ท่าทีราวกับเด็กน้อยทำอะไรผิดมาและแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้“ร้อนตัวที่ไหนกัน!” ดวงตาของเยี่ยนอวี๋เบิกกว้างอย่างไม่ยอมรับแสงที่ส่องระยิบระยับในดวงตาดูราวกับไร้เดียงสามาก! ทว่าท่าทีเช่นนี้ของนางก็คือกำลังร้อนตัวหรงอี้เห็นดังนั้นก็เม้มปาก อดจูบดวงตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมให้นางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเช่นนี้ “เจ้าคิดดูดีๆ สิ ข้าคิดว่าร่างกายข้ามีปัญหาเล็กน้อย”“!?” เยี่ยนอวี๋ที่เบิกตาโพลงก็กอดเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย “ปัญหาอะไรหรือ”ต้าซือมิ่งที่ไม่มีทางบอกว่าตนเองยังเป็นร่างพรหมจารีก็กล่าวอย่างจริงจังว่า “เจ้าพูดก่อนว่าเจ้าท