ใดที่ธรรมดาบ้างความสามารถของพวกเจ้ายังแข็งแกร่งกว่าเทพเสียอีก”“นั่นน่ะสิ แม้พี่ไม่ค่อยมีความรู้ และยังอ่านหนังสือน้อย แต่ก็รู้สถานการณ์ของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์และน้องเขยไม่มากก็น้อย พวกเจ้าไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ ดังนั้นเรื่องที่พวกเจ้าจะไปสวรรค์เก้าชั้นฟ้าข้า พี่ใหญ่และท่านพ่อคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว” เยี่ยนจื่อเสาก็พูดบ้างตั้งแต่ตอนที่เยี่ยนอวี๋ไปแดนมืดวิญญาณอสูร พ่อลูกตระกูลเยี่ยนก็คุยเรื่องนี้กันตลอดคืน และเห็นพ้องตรงกันว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของพวกเขาคงกลายเป็นเทพไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะหนทางสู่เทพปิดตัวไปนานแล้ว เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของพวกเขาคงเลื่อนขั้นขึ้นไปเป็นเทพแล้วทว่าแม้ว่าวิถีแห่งเทพจะปิดลงแล้วก็มิอาจขัดขวางเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ผู้โดดเด่นและสามีไม่ธรรมดาของเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ได้ ดังนั้นเรื่องที่พวกเขาทั้งสามต้องจากสำนักชางอู๋ กระทั่งต้าซย่าโลกมนุษย์แห่งนี้ พวกเขาก็รู้อยู่แก่ใจตั้งแต่แรกแล้ว
เพียงแต่ว่าเรื่องถึงบัดนี้ย่อมรู้สึกอาวรณ์เป็นธรรมดา เยี่ยนชิงที่อุ้มหลานชายน้อยไว้ข่มความอาวรณ์และความเศร้าโศกไว้ในใจเสนอขึ้นว่า “หากเป็นไปได้ ค่อยไปหลังจากเสร็จพิธีแต่งงานเถอะ”ไม่ว่าอย่างไร เยี่ยนชิงหวังว่าจะได้ร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งของบุตรสาวและลูกเขย ได้เห็นทั้งครอบครัวสุขสันต์ เช่นนั้นไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เขาก็ทำให้ภรรยาสุดที่รักของเขาวางใจได้แล้ว“เจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋ก็คิดเช่นนี้ แม้เรื่องของเสี่ยวเป่า