“…”เขาไม่รู้ว่าจะดีใจกับหลานชายน้อยที่พูดเก่งแล้วหรือควรกลุ้มใจกับหลานชายน้อยที่ปกป้องท่านพ่อของเขาอีกแล้ว! ถึงกับว่าไม่ได้เลยสักคำทว่าต้าซือมิ่งผู้ฉลาดทางอารมณ์ก็ตอบว่า “ท่านพ่อตาคิดมากไปแล้วขอรับ อาหารของเสี่ยวเป่า ข้าเตรียมให้ทุกครั้ง แต่การไปแดน
มืดครั้งนี้ ให้เขากินขนมไหน่เกามากเกินไปจริงๆ ต่อไปจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว”“เจ้ารู้ว่าต้องระวังก็ดี ถึงอย่างไรการเลี้ยงลูกสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย” เยี่ยนชิงพูดพลางบีบขาของหลานชาย ยังคงรู้สึกสงสารหลานชายน้อยที่ผ่ายผอมลงอยู่ดี “ไม่รู้ว่าจะกลับมาอ้วนเมื่อไหร่”“ผม…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ถอนหายใจเช่นกันก็ลูบศีรษะตนเอง ไม่รู้ว่าผมของตนจะงอกกลับมาเมื่อไร ทำเอาเขากลัดกลุ้มจนใบหน้าน้อยๆ ของเขาปรากฏความโศกเศร้าเล็กน้อยเยี่ยนจื่อเสาที่บังเอิญเห็นท่าทีของเจ้าตัวน้อยก็อุทานขึ้นมาว่า“ไม่พูดข้าก็คงไม่รู้ เสี่ยวเป่า! หัวของเจ้ากลับไปโล้นอีกแล้ว! น่ารักดีนะ มานี่! ขอลุงจับหน่อย!”“ออกไป!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ามุดเข้าไปในอ้อมอกของท่านตาอย่างโมโห เขายังโก่งก้นไปทางลุงรองของเขา แสดงท่าทีรังเกียจสุดฤทธิ์ทำเอาเยี่ยนชิงขบขัน “สม!” เจ้าลูกชายบัดซบคนนี้วอนโดนตบสักที!เยี่ยนจื่อเยี่ยก็หัวเราะ ทว่าเขาก็ลุกขึ้นยืนพูดว่า “เช่นนั้นข้าแจ้งคนในสำนักก่อน และให้พ่อลูกโยวตูอ๋องอยู่ร่วมพิธี งานแต่งจัดที่สำนักชางอู๋เถอะ น้องเขยคิดว่าอย่างไร”“ได้ ข้าจะเรียกหลานชังมาช่วย” หรงอี้ไม่คัดค