ตา!เด็กน้อยที่รู้สึกบางอย่างก็พยายามเบ่ง! เบ่งอยู่นาน! เบ่งจนเยี่ยนอวี๋อยากจะถามว่า เจ้าต้องการจะถ่ายใช่หรือไม่ในที่สุด…วิ้ง!ค้อนจิ๋วสีดำเล่มหนึ่งปรากฏในมือขาวเนียนที่ยังถือว่าอวบอ้วนเล็กน้อยของเขา ทำเอาเด็กน้อยรู้สึกประหลาดใจปนดีใจ!“อ้ะเนะ! อ้ะเนะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดีใจจนส่งเสียงร้องไม่เป็นคำพูดออกมา “อ้ะเนะเนะ! อ้ะ! อ้ะ…”โอ้ ค้อนของข้า! โอ้ๆๆ! ข้าก็มีค้อนจิ๋วเช่นกัน! โอ้ๆๆๆ! ค้อนเหมือนกับของท่านพ่อรูปงามเลย! สวยจังเลย! ข้าชอบมาก! ว้าวววเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ดีใจจนจะกลายเป็นบ้าไปแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยที่เยี่ยนอวี๋อุ้มไว้ได้แล้ว ที่สำคัญคือเยี่ยนอวี๋เองก็ไม่ได้ฝืนอุ้มเขาไว้นางดูออกว่าเด็กน้อยต้องการกระโดดโลดเต้นจึงปล่อยเขาไป…“จิ๊บๆ?” ลูกไก่สีเหลืองไม่เข้าใจ “นั่นคืออะไรหรือขอรับ”“บ๊ะจ่าง?” เยี่ยนอวี๋ก็มองไม่ชัด เพราะค้อนที่เด็กน้อยเรียกออกมามีขนาดเล็กมาก และเขายังกระโดดโลดเต้นดีใจเช่นนั้น นางจึงไม่ทันได้มองดูดีๆ
ทว่าด้วยนิสัยชอบกินของเด็กน้อย สิ่งนั้นน่าจะคือบ๊ะจ่าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ บ๊ะจ่างไม่มีด้าม แต่สิ่งนั้นมี มันมีขนาดเล็กเกินไปเด็กน้อยยัง ‘คว้า’ ไป นางยังเห็นไม่ชัด…“บ้า… บ้าไปแล้ว?” ตี้อั้นที่ไม่กล้าเข้าใกล้ก็ตกใจกับเด็กน้อยที่ตีลังกาไปทั่ว “ถูกพ่อกระตุ้นจนกลายเป็นบ้าไปแล้ว?”เมื่อคิดได้เช่นนี้ ตี้อั้นก็ใช้สายตาสุดแสนเวทนามองเด็กน้อยและปฐมราชินี มันรู้สึกว่าทั้งสองน่าสงสารจริ