ทั่วทั้งขุมนรกแห่งความมืดเต็มไปด้วยเสียงคำรามในบัดนี้กรร!โฮก…เสียงคำรามที่ดังขึ้นต่อเนื่องเหล่านี้ทำให้ผู้คนล้วนตระหนักได้ว่าในขุมนรกแดนมืดราวกับรวบรวมอสูรร้ายโหดเหี้ยมทุกรูปแบบไว้อย่างน้อยพิกซีที่บินลงไปในขุมนรกแห่งความมืดก็คิดเช่นนี้ ทว่ามันที่ค่อยๆ ดำดิ่งลงไปก็พบว่าตนเองถูกแสงสีม่วงเจิดจ้ากั้นไว้แล้ว?!“นี่มัน…” พิกซีอ้อยอิ่งอยู่พักใหญ่ มันได้กลิ่นอายของจักรพรรดิอสูรของพวกมัน แต่ก็ได้กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่คุ้นเคยอย่างยิ่งด้วย!?“เหตุใดจึงมีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์?” พิกซีไม่เข้าใจ ในขุมนรกแห่งความมืดกลับมีคลื่นกระแสน ้าพุ่งออกมา เสียงคำราม กรร ดังขึ้นไม่หยุด ทำเอาชั้นสีม่วงอร่ามสั่นสะเทือนไม่หยุดเสียงสวดภาษาสันสกฤตโบราณดังขึ้นพร้อมกัน เสียงนั้นดังก้องไปทั่ว ยิ่งเสียงนั้นดังขึ้นเท่าไหร่แรงสั่นสะเทือนก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ทำเอาสนั่นหวั่นไหวไปทั่วขุมนรกแห่งความมืดราวกับเป็นเสียงเพลงของเทพธิดาที่คลอเคล้าไปด้วยสียงบรรเลงเพลงสันสกฤต
แต่หากตั้งใจฟังก็จะรู้ได้ว่าความจริงแล้วเป็นเพียงเสียงที่กำลังสวดท่องภาษาโบราณของผู้เก่งกาจไร้เทียมทาน เสียงราวกับพิณและเส้อ[1]บรรเลงเหมือนขับร้องและสวดท่องเป็นทำนองด้วยจังหวะไม่ช้าไม่เร็วในขณะเดียวกัน…“ผนึกแล้ว”เยี่ยนอวี๋เพิ่งรู้ว่าขณะที่ต้าซือมิ่งกำลังสลักยันต์ศักดิ์สิทธิ์นั้น เขายังผนึกทางเข้าขุมนรกแห่งความมืดไปพร้อมกันด้วยแม้ขุมนรกแห่งควา