ซือมิ่งคนนี้…“พ่อว่างเมื่อไหร่ค่อยปั้นให้เจ้านะ” หรงอี้หลอกล่อเด็กน้อยอย่างตรงไปตรงมาเยี่ยนอวี๋ “…”นางมองตาปริบพลางคิดว่า ยอมแพ้ง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ จะปั้นร่างพลังจิตให้เด็กน้อยเล่นจริงๆ หรือ เช่นนั้นนางขอมาเล่นสักตัวดีหรือไม่!เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยี่ยนอวี๋ก็เอ่ยขึ้นทันทีว่า “ข้าขอด้วย!”เอ่อ… ทุกคนที่ฟังถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่าแปลกๆ อย่างไรไม่รู้เยี่ยนอวี๋กลับไม่ได้คิดมากเช่นนั้น “เจ้าให้เสี่ยวเป่า ก็ต้องให้ข้าด้วย”
“ใช่! ให้ ให้แม ให้ เป่า!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าบอกว่าตนเองมีใจเอื้อเฟื้อให้แม่ด้วยเยี่ยนอวี๋จูบเด็กน้อยเบาๆ “ไม่เสียข้าวสุก” ยังรู้จักช่วยแม่พูดด้วยทว่าต้าซือมิ่งก็ตอบว่า “ได้”เยี่ยนอวี๋มองชายตรงหน้าอย่างตะลึง ดวงตาของนางสบตาสีม่วงที่กำลังอมยิ้มคู่นั้น ทำให้นางรู้สึกประหลาดอย่างไรไม่รู้“อ้ะ! เก่ง!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่รู้ เขาจูบท่านพ่ออย่างดีอกดีใจแล้วหรงอี้ลูบเด็กน้อยเบาๆ ก่อนจะรวบตัวเขากลับเข้ามาในอ้อมอกเสียงของอีอิ่นก็แทรกขึ้น “ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน ข้ามีเรื่องขอความช่วยเหลือ”“อีจี้จิ่วโปรดพูด” เยี่ยนอวี๋ไม่ได้ถามว่าเหตุใดอาจารย์จึงกลายเป็นร่างวิญญาณและผสานรวมเป็นร่างเดียวกับสำนักศึกษาเพราะนางเดาได้ว่าเป็นเพราะอะไรอีอิ่นจึงนำกล่องไม้สีเพลิงออกมาไว้ข้างหน้าเยี่ยนอวี๋ด้วยพลังความคิด “เจ้าสำนักแห่งสำนักเนี่ยผานสละชีวิตเพื่อปกป้องทุกคนไว้ข้าทำได้เพียงผนึกร่างของเขาไว้ ไม่สามารถช่วย