“เกิดอะไรขึ้น” อินสวินอี้อยากรู้ แต่อีอิ่นไม่อาจให้คำตอบได้ ยิ่งเมื่อเขาเห็นว่าต้าซือมิ่งตัวน้อยคนนี้พยายามทำลายรัศมีสีม่วงเจิดจ้านั้น เขาก็ยิ่งให้คำตอบมิได้อาวุโสมือกระบี่อดเดาไม่ได้ว่า “ร่างพลังจิตของต้าซือมิ่งกลายเป็นปีศาจไปแล้วหรือ”“เขานิ่งเหมือนเดิมแล้ว!” อินสวินอี้รู้สึกประหลาดใจ “นี่มันร่างพลังจิตมหัศจรรย์อะไรกัน ใช่หรือไม่ว่าเพราะเถาวัลย์สีเลือดที่อยู่ใกล้เคียงทำให้กลายเป็นเช่นนี้?”“อาจจะใช่ แต่เหมือนกับว่าต้าซือมิ่งคาดการณ์ได้แต่แรกอยู่แล้วแสงสีม่วงที่ล้อมรอบร่างพลังจิตของตัวเขาเองช่างลุ่มลึกเหลือเกิน” ลู่หมิงมั่นใจว่า ขณะที่ ‘ต้าซือมิ่งตัวน้อย’ องค์นี้พยายามจะฝ่าออกมานั้น รัศมีสีม่วงที่ล้อมรอบตัว ‘เขา’ ก็เปล่งประกายลายอักษรวิเศษและศักดิ์สิทธิ์ขึ้นแต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนในเหตุการณ์เข้าใจว่าถึงแม้ว่าจะมีร่างพลังจิตของต้าซือมิ่งดูแลอยู่ในสำนักศึกษา แต่ก็จะทนได้อีกไม่นานแล้ว ถึงอย่างไรร่างพลังจิตองค์นี้ของต้าซือมิ่งก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ดังนั้นอีอิ่นจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “เวลาไม่คอยท่า เมื่อข้ากลายร่างอาวุโสมือกระบี่และทุกท่านโปรดช่วยดูแลความปลอดภัยของสำนักศึกษาด้วย”“แต่ว่าอาจารย์จี้จิ่ว ท่าน…” ทุกคนในเหตุการณ์มิอาจฝืนทนแต่อีอิ่นตัดสินใจแล้ว เมื่อเขาพูดจบก็นั่งขัดสมาธิบนเบาะและเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการแปลงร่างแล้ว คนในเหตุการณ์ไม่มีใครห้ามเขาได้เลย